เมื่อวันที่ 6 พ.ค. มีรายงานว่า เครื่องบินขับไล่ F/A-18 Super Hornet ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส แฮร์รี เอส. ทรูแมน (USS Harry S. Truman) ได้ตกลงไปในทะเลแดง นับเป็นเครื่องบินลำที่ 2 ในรอบไม่ถึง 2 สัปดาห์ที่สูญหายไปกลางทะเล
ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มีแหล่งข่าว 2 คน รายงานว่า เกิดความล้มเหลวบางอย่างขณะเครื่องบินพยายามลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน แต่นักบินและเจ้าหน้าที่ระบบอาวุธดีดตัวออกได้ทัน
ทั้งสองคนได้รับการช่วยเหลือด้วยเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย แต่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเครื่องบินลำดังกล่าวตกลงไปในทะเลและยังไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้
นอกจากนี้ กลุ่มติดอาวุธฮูตีได้โจมตีเรือทรูแมนด้วยในวันที่ 6 พ.ค. ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่
การสูญเสียเครื่องบินขับไล่ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์กว่า ๆ หลังจากเครื่องบินขับไล่ F/A-18 ลำแรกพลัดตกจากเรือทรูแมน รายงานเบื้องต้นระบุว่าในครั้งนั้น เรือทรูแมนได้หันหัวเรืออย่างแรงเพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีของกลุ่มฮูตี ส่งผลให้เครื่องบินขับไล่ลำดังกล่าวตกลงไปในทะเล
กองทัพเรือระบุว่าเครื่องบินขับไล่ F/A-18 ลำหนึ่งมีมูลค่ามากกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2 พันล้านบาท)
เรือบรรทุกเครื่องบินทรูแมนประสบปัญหามากมายในระหว่างปฏิบัติการในทะเลแดง โดยเมื่อเดือน ธ.ค. 2024 เครื่องบินขับไล่ F/A-18 อีกลำหนึ่งกำลังปฏิบัติการจากเรือทรูแมน แต่ถูกเรือยูเอสเอส เกตทีสเบิร์ก (USS Gettysburg) ยิงใส่จากความผิดพลาด และตกลงไปในทะเลแดง โดยนักบินทั้งสองดีดตัวออกจากเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย
จากนั้นในเดือน ก.พ. ปีนี้ เรือทรูแมนก็ชนกับเรือสินค้าใกล้ประเทศอียิปต์ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว กัปตันเดฟ สโนว์เดน ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือทรูแมนในขณะนั้น ก็ถูกปลดจากหน้าที่ กัปตันคริสโตเฟอร์ ฮิลล์ จึงเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการเรือทรูแมนแทน
เรียบเรียงจาก CNN