กัมพูชา “ผิดหวัง” ไทยจ่อดำเนินคดีทางกฎหมาย อ้างลวดหนามช่องอานม้าถูกรื้อแล้ว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โฆษก กต. กัมพูชากล่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่ารู้สึกผิดหวังที่ไทยจะฟ้องกัมพูชาทางกฎหมาย ด้าน “มาลี” อ้างว่ารื้อลวดหนามช่องอานม้าสำเร็จ

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 68 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งดำเนินคดีกัมพูชาทางกฎหมายทั้งแพ่งและอาญา ฐานใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์รุกรานอธิปไตยของไทยจนเกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กำลังพลและทางราชการเป็นจำนวนมากนั้น

ล่าสุดวันที่ 6 ส.ค. 68 เวลา 07.00 น. ในการแถลงข่าวช่วงเช้าของฝั่งกัมพูชา ชุม ซอนรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าว

กัมพูชาผิดหวัง ไทยจ่อดำเนินคดีทางกฎหมาย อ้างลวดหนามช่องอานม้าถูกรื้อแล้ว FB/Samdech Hun Sen of Cambodia
ชุม ซอนรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา (ซ้าย), เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา (กลาง) และ พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา (ขวา)

โดยนายชุมระบุว่า “กัมพูชาได้รับทราบด้วยความผิดหวัง” ต่อรายงานเกี่ยวกับการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อกัมพูชาที่รัฐบาลไทยประกาศ

โฆษก กต. กัมพูชา บอกว่า “มาตรการทางกฎหมายนี้ไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง และเป็นความพยายามโดยเจตนาที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนทั้งในและต่างประเทศจากนโยบายที่เป็นปรปักษ์ของไทยต่อกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีดินแดนกัมพูชาโดยไม่ได้รับการยั่วยุ”

เขากล่าวว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ดูเหมือนจะมุ่งเป้าไปที่การเบี่ยงเบนความสนใจจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการสูญเสียพลเรือน การละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และการที่ไทยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นายชุมยังบอกอีกว่า ข้อกล่าวหาที่เป็นพื้นฐานของการดำเนินคดีทางกฎหมายนั้นไม่มีมูลความจริง มีแรงจูงใจทางการเมือง และขาดหลักฐานที่น่าเชื่อถือ โดยกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างเหล่านี้อย่างหนักแน่นและยืนยันประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

1. กัมพูชาไม่ได้เริ่มการสู้รบ ความขัดแย้งชายแดนเมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดจากการรุกรานของทหารไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าและการยิงปืนใหญ่เข้าไปในดินแดนกัมพูชา ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชาโดยตรง

2. กัมพูชาดำเนินการเพื่อป้องกันตนเองโดยชอบธรรม การตอบสนองของกองทัพกัมพูชาเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การปกป้องอธิปไตยและประชากรพลเรือนเท่านั้น

3. กัมพูชาไม่เคยมุ่งเป้าไปที่พลเรือน การสูญเสียพลเรือนทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่ข้อกล่าวหาของไทยมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่ากองทัพกัมพูชาได้ ปฏิบัติการซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายในเขตพลเรือน ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวา กองทัพกัมพูชาเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ และไม่เคยมุ่งเป้าไปที่พลเรือน

4. กัมพูชายังคงยึดมั่นต่อสันติภาพ แม้จะมีการยั่วยุอย่างต่อเนื่อง กัมพูชายังคงยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่

นายชุมกล่าวว่า “กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยยุติการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน ยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ทั้งหมด และกลับสู่การเจรจาที่สร้างสรรค์ด้วยจิตวิญญาณแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของอาเซียน”

ด้าน พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่ช่องอานม้าขณะนี้อยู่ในภาวะสงบ โดยยืนยันว่า กองทัพกัมพูชาได้รื้อถอนลวดหนามที่ไทยวางไว้ในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว และเครื่องจักรที่ไทยใช้ในการเคลียร์พื้นที่ เพื่อวางท่อระบายน้ำและยางรถยนต์ลงในสนามเพลาะก็หยุดปฏิบัติการเช่นกัน

พลโทมาลี โสเจียตา กล่าวว่า ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในภาวะสงบ ไม่มีการปะทะด้วยอาวุธ และในพื้นที่ช่องอานม้า ณ เวลา 18.00 น. ของวันที่ 5 ส.ค. 68 สถานการณ์ก็อยู่ในภาวะสงบเช่นกัน

ทั้งนี้ ต่อเรื่องลวดหนาทในพื้นที่ช่องอานม้า กองทัพบกของไทยยืนยันว่า ฝ่ายไทยได้ดำเนินการแจ้งให้ทหารกัมพูชายุติการรื้อถอนลวดหนาม และถอยออกจากพื้นที่ทันที ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ปฏิบัติตามโดยออกจากบริเวณดังกล่าว

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของไทยได้ดำเนินการวางลวดหีบเพลงกลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว ไม่ได้ถูกรื้อถอนออกไปตามที่ไทยกล่าวอ้าง

เรียบเรียงจาก Khmer Times / Fresh News

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ