ช่วงนี้ พรรคการเมืองต่างๆ ในญี่ปุ่นจะเริ่มเปิดฉากหาเสียงอย่างเป็นทางการก่อนจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ หลังนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ยุบสภา พร้อมให้คำมั่นปรับลดภาษีอาหาร หากได้รับโอกาสกลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศอีกสมัย
ซึ่งนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำหญิงของญี่ปุ่นให้คำมั่นว่าหากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง จะลดภาษีการขายสินค้าประเภทอาหาร เป็นเวลา 2 ปี เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่กำลังลำบาก
แม้นโยบายนี้จะถูกวิจารณ์ว่าอาจทำให้สถานการณ์หนี้สาธารณะของญี่ปุ่นเลวร้ายลงไปอีก เพราะตอนนี้มีสัดส่วนสูงถึง 230% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี
การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. นี้จะเป็นบททดสอบทางการเมืองครั้งสำคัญครั้งแรก สำหรับนายกรัฐมนตรี ทาคาอิจิ ผู้นำหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว หลังเธอตัดสินใจยุบสภา
โดยการหาเสียงอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้นในวันที่ 27 ม.ค. ซึ่งจะเป็นการชิงชัยที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ทั้ง 465 ที่นั่ง
นายกรัฐมนตรี ทาคาอิจิ คาดหวังว่าคะแนนนิยมส่วนตัวที่ยังอยู่ในระดับสูง จะช่วยดันพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ LDP ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลที่กำลังเผชิญกับวิกฤติความเชื่อมั่นจากประชาชน ให้กลับมามีเสถียรภาพและอิทธิพลอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจยังคงเป็นโจทย์สำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้ตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่น เมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา จะชะลอตัวเหลือ 2.4% จาก 3% ในเดือนพ.ย. เดือน แต่ราคาสินค้าจำเป็นอย่างข้าว ยังคงพุ่งสูงกว่า 34% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นไม่พอใจ
แม้รัฐบาลเพิ่งอนุมัติงบประมาณปี 2569 สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 122.3 ล้านล้านเยน หรือ ประมาณ 24 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กระบวนการอาจล่าช้าออกไปอีกเพราะการยุบสภา และธนาคารกลางญี่ปุ่น มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% โดยคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อของประเทศจะลดลงต่ำกว่า 2% ได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 นี้