เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาจะพบกับประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค. หลังจากเลื่อนการเยือนครั้งสำคัญนี้ออกไปท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน
นี่จะเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 10 ปี
ทรัมป์ยังมีกำหนดจะต้อนรับ สี จิ้นผิง ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในช่วงปลายปีนี้ และเจ้าหน้าที่กำลัง “เตรียมการขั้นสุดท้ายสำหรับการเยือนครั้งประวัติศาสตร์เหล่านี้”
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันกำหนดการของทรัมป์ โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ประธานาธิบดีสีเข้าใจและยอมรับคำขอเลื่อนการเยือน
“ประธานาธิบดีสีเข้าใจว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะต้องอยู่ที่นี่ตลอดช่วงปฏิบัติการสู้รบในขณะนี้” เลวิตต์กล่าว
ทั้งนี้ ทางการจีนยังไม่ได้ตอบสนองต่อวันที่ที่ทรัมป์ระบุไว้ ขณะที่โดยปกติแล้วทางการจีนจะไม่เปิดเผยกำหนดการของ สี จิ้นผิง ล่วงหน้ามาก
การเดินทางซึ่งเดิมกำหนดไว้ในวันที่ 31 มี.ค. ถูกเลื่อนออกไปหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
เมื่อถูกถามว่า สงครามอิหร่านจะยุติลงก่อนที่ทรัมป์จะเยือนจีนหรือไม่ เลวิตต์กล่าวว่า “พวกเขาคาดการณ์ไว้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ ดังนั้นคุณลองคำนวณดูได้”
ครั้งสุดท้ายที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เยือนจีนคือในเดือน พ.ย. 2017 ในช่วงวาระแรกของทรัมป์
ครั้งสุดท้ายที่ทรัมป์และสี จิ้นผิง พบกัน คือเมื่อเดือน พ.ย. 2025 ในเกาหลีใต้ นอกรอบการประชุมสุดยอดเอเปก
ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนั้นเต็มไปด้วยปัญหามายาวนาน ตั้งแต่ความขัดแย้งทางการค้า การแข่งขันด้านเทคโนโลยี ไปจนถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเยือนของทรัมป์ครั้งนี้จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าจะมีสัญญาณใดที่บ่งชี้ว่าความตึงเครียดจะลดลงหรือไม่
เรียบเรียงจาก BBC