ในช่วงที่มีการเจรจาที่ปากีสถาน ฝั่งสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่ามีการส่งเรือรบ 2 ลำ เข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเข้าเคลียร์ทุ่นระเบิดที่อาจหลงเหลืออยู่
ขณะที่สำนักข่าวฟาร์ส ของอิหร่าน รายงานอ้างอิง อิบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการกลาง คาทัม อัล-อันบิยา แห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ยืนกรานปฏิเสธว่า เรือรบของสหรัฐฯ ไม่ได้แล่นเข้ามาใกล้ หรือผ่านเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างที่มีการกล่าวอ้าง พร้อมยืนยันว่าอำนาจในการควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังเป็นของกองทัพอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจาก พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่า เรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี 2 ลำของกองทัพเรือ ได้แก่ เรือยูเอสเอส แฟรงก์ อี ปีเตอร์สัน และเรือยูเอสเอส ไมเคิล เมอร์ฟี ได้ล่องผ่านน่านน้ำในฮอร์มุซ และเริ่มปฏิบัติการเก็บทุ่นระเบิดที่หลงเหลืออยู่ เพื่อสร้างเส้นทางเดินเรือใหม่ที่ปลอดภัยให้แก่ภาคอุตสาหกรรมทางทะเลเร็ว ๆ นี้
โดยแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม X ของ CENTCOM ระบุว่า ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจที่ใหญ่กว่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่าช่องแคบฮอร์มุซปลอดจากทุ่นระเบิดอย่างสมบูรณ์
ฝั่งทรัมป์เอง ก็โพสต์ Truth Social ว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มกระบวนการเคลียร์ระเบิดจากช่องแคบฮอร์มุซ และเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน ทั้ง 28 ลำ จมอยู่ก้นทะเลแล้ว
นีมา อัคบาร์คานี นักวิเคราะห์ด้านการทหารของอิหร่าน กล่าวกับสำนักข่าวเมห์ร ของอิหร่านว่า แม้แต่เรือรบที่ทันสมัยที่สุดในโลกก็ไม่สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้โดยไม่ถูกตรวจจับ เรือรบของสหรัฐฯ พยายามปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงสูงโดยใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์และการปลอมแปลงตัวตน แต่กองทัพเรืออิหร่านได้ใช้ความยับยั้งชั่งใจภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง และได้ออกคำเตือนอย่างจริงจัง
ข้อมูลด้านการจราจรทางทะเลชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่บ่ายวันเสาร์ ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันนี้ ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือบรรทุกสินค้าจำนวนหนึ่งแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกก๊าซ LPG เรือบรรทุกสินค้า และเรือบรรทุกน้ำมันดิบและสารเคมีหลายลำ ที่ติดธงมอลตา ไลบีเรีย และปากีสถาน