ฮาเรตซ์ (Haaretz) สื่อสายเสรีนิยมของอิสราเอล รายงานว่า ทหารประจำการและทหารกองหนุนของกองทัพอิสราเอลปล้นสะดมทรัพย์สินของพลเรือนจำนวนมากจากบ้าน และร้านค้าในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน โดยผู้บังคับบัญชาเองก็รับทราบ แต่ไม่ได้มีการดำเนินการทางวินัยเพื่อหยุดยั้งเหตการณ์ดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ อิสราเอลประกาศควบคุมหมู่บ้าน 55 แห่งทางตอนใต้ของเลบานอนว่าเป็นอยู่ภายใต้ “เส้นสีเหลือง” (Yellow Line) แนวควบคุมที่กำหนดขึ้นเองเหมือนในฉนวนกาซา พร้อมห้ามผู้อยู่อาศัยกลับเข้าบ้านและโจมตีผู้ที่พยายามเข้าใกล้พื้นที่
สื่ออิสราเอลที่รายงานอ้างคำให้การของทหารและผู้บัญชาการภาคสนามที่ประจำการในพื้นที่ ระบุว่า การขโมยมอเตอร์ไซค์ โทรทัศน์ ภาพวาด โซฟา และพรม กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและซ้ำ ๆ โดยทหารจะนำของที่ขโมยมาใส่รถของตัวเองเมื่อออกจากเลบานอน โดยไม่แม้แต่จะพยายามปกปิด
ทหารบางนายกล่าวว่า ผู้บังคับบัญชารับรู้ถึงความร้ายแรงของปัญหา แต่ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ บ้างก็เพิกเฉยต่อพฤติกรรมดังกล่าว ขณะที่บางส่วนตำหนิด้วยวาจาแต่ไม่ลงโทษผู้กระทำผิด
นอกจากนี้ ทหารอีกหลายนายยังระบุว่า การปล้นสะดมเลวร้ายลงเพราะขาดการกำกับดูแลเพราะเมื่อไม่มีการลงโทษก็เท่ากับว่าสามารถทำได้ แต่หากมีการไล่ออก จำคุก หรือส่งสารวัตรทหารไปประจำชายแดน เหตุการณ์นี้ก็จะหยุดทันที
อย่างไรก็ตาม ระดับการปล้นสะดมแตกต่างกันไปในแต่ละหน่วย บางหน่วยแทบไม่มี ขณะที่บางหน่วยเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ขึ้นอยู่กับความเข้มงวดในการรักษาวินัยของผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วย
ปัจจุบัน กองทัพอิสราเอลมี 5 กองพลที่ปฏิบัติการในตอนใต้ของเลบานอน
ฮาเรตซ์รายงานด้วยว่า การปล้นทรัพย์เพิ่มขึ้นเมื่อรูปแบบการสู้รบในทางตอนใต้ของเลบานอนเปลี่ยนไป เนื่องจากนักรบของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จำนวนมากย้ายขึ้นไปทางเหนือ ทำให้ทหารของอิสราเอลต้องประจำอยู่ในพื้นที่พลเรือนที่ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ การปล้นสะดมทรัพย์สินพลเรือนไม่ใช่เรื่องใหม่ในหมู่ทหารอิสราเอล เนื่องจากมีรายงานเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ระหว่างสงครามในฉนวนกาซา ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา