สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) ของสวีเดน รายงานเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ว่า ปี 2025 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ 11 ติดต่อกันที่ประเทศต่าง ๆ ปรับเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ เนื่องจากความต้องการเตรียมความพร้อมด้านอาวุธและการรับมือสถานการณ์โลกที่ไม่ปลอดภัย
ตัวเลขการใช้จ่ายด้านดังกล่าวในปี 2025 ของนานาประเทศทั่วโลกอยู่ที่ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ หรือกว่า 90 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับปี 2024
สหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายด้านการทหารมากที่สุด แม้จะลดลงจากปี 2024 ตามมาด้วยจีน และรัสเซีย ซึ่งทั้ง 3 ประเทศนี้ใช้เงินรวมกันถึง 1.48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 48 ล้านล้านบาท คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้จ่ายทั่วโลก
โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ใช้จ่ายไป 9.54 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 30 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากปี 2024 สาเหตุสำคัญคือการไม่อนุมัติความช่วยเหลือทางการเงินด้านการทหารให้กับยูเครน
โลเรนโซ สการาซซาโต นักวิจัยของ SIPRI กล่าวว่า การลดลงของการใช้จ่ายของสหรัฐฯ ถูกชดเชยด้วยการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในยุโรปและเอเชีย เนื่องจากโลกเผชิญกับสงครามและความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอีกปี พร้อมกับเสริมว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นใน “ภาระทางทหาร” ทั่วโลก หรือสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ทั่วโลก ที่ใช้ไปกับการใช้จ่ายทางทหาร ซึ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009
ปัจจัยหลักที่ทำให้การใช้จ่ายทางทหารทั่วโลกเพิ่มขึ้น คือ ยุโรป รวมถึงรัสเซียและยูเครน โดยการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 14% เป็น 8.64 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 28 ล้านล้านบาท
สการาซซาโตอธิบายว่า แนวโน้มดังกล่าวเป็นผลมาจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ สงครามในยูเครนที่ดำเนินอยู่ และการมีส่วนร่วมที่ลดลงของสหรัฐในยุโรป