สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ผู้โดยสารและลูกเรือบางส่วนของเรือสำราญเอ็มวี ฮอนเดียส (MV Hondius) เริ่มทยอยลงจากเรือในวันนี้เพื่อเดินทางกลับประเทศของตนเอง หลังเกิดการระบาดของไวรัสฮันตา โดยกระบวนการอพยพอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระหว่างประเทศ และคาดว่าจะใช้เวลาลำเลียงจนถึงวันจันทร์จึงจะเสร็จสิ้น
ทางการสเปนระบุว่า ผู้โดยสารทั้งหมดที่ไม่มีอาการ ถูกนำตัวขึ้นรถบัสทหารไปยังสนามบินบนเกาะเตเนริเฟ ก่อนขึ้นเครื่องบินของรัฐบาลแต่ละประเทศเพื่อเดินทางกลับ โดยยืนยันว่าไม่มีการสัมผัสกับประชาชนทั่วไป
ด้านองค์การอนามัยโลก หรือ WHO แนะนำให้ผู้โดยสารทุกคนบนเรือลำดังกล่าวกักตัวเป็นเวลา 42 วัน นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สำหรับเครื่องบินรับตัวพลเมืองสเปนและฝรั่งเศสออกเดินทางแล้ว ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เช่น แคนาดา เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ตุรกี ไอร์แลนด์ และสหรัฐฯ เตรียมส่งเครื่องบินมารับประชาชนของตนเองเพิ่มเติม
ส่วนเครื่องบินจากออสเตรเลีย ซึ่งจะรับตัวพลเมืองออสเตรเลีย รวมถึงผู้โดยสารจากนิวซีแลนด์และบางประเทศในเอเชีย มีกำหนดเดินทางถึงในวันจันทร์
ไวรัสฮันตา ซึ่งปกติแพร่เชื้อผ่านสัตว์ฟันแทะ แต่ในบางกรณีอาจติดต่อจากคนสู่คนได้ ถูกตรวจพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม หลังผู้โดยสารรายแรกเสียชีวิตไปแล้ว 21 วัน โดยผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นชาวอังกฤษที่เข้ารักษาตัวในห้องไอซียูที่แอฟริกาใต้ และหลังจากนั้น มีอดีตผู้โดยสารเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตเป็นอย่างน้อย 3 ราย
WHO ระบุว่า ผู้ติดเชื้อรายแรกอาจได้รับเชื้อมาก่อนขึ้นเรือ ระหว่างเดินทางในอาร์เจนตินาและชิลี ก่อนเกิดการแพร่ระบาดต่อบนเรือ
รายงานล่าสุดจาก WHO ระบุว่า มีผู้ป่วยอย่างน้อย 8 คนที่ลงจากเรือไปแล้ว โดยในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ และชาวเยอรมัน 1 ราย ขณะที่มีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 6 คน
เตโวโดรส อัดฮาโนม เกอเบรออีเยอซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ซึ่งเดินทางมายังเกาะเตเนรีเฟเพื่อกำกับการอพยพด้วยตนเอง เปิดเผยว่า ผู้เชี่ยวชาญของ WHO กำลังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสเปนเพื่อตรวจคัดกรองผู้โดยสารทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สเปนระบุว่า ยังไม่พบสัตว์ฟันแทะบนเรือ ซึ่งทำให้เชื่อว่าการแพร่ระบาดอาจไม่ได้เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในเรือโดยตรง
ทั้งนี้ ลูกเรือประมาณ 30 คนจะยังคงอยู่บนเรือ และเดินทางต่อไปยังเนเธอร์แลนด์ เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตัวเรือทั้งหมดต่อไป
ที่มา: Reuters