ผู้นำเนปาลระบุ เหตุอุทกภัยในเทือกเขาหิมาลัยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติทั่วไป แต่มีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมรับผิดชอบ
นายกรัฐมนตรีบาเลนดรา ชาห์ ของเนปาล โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อคืนวานนี้ (31 ส.ค.) ว่า เหตุอุทกภัยใน แม่น้ำโภเตโกศี ในเขตราสุวา ไม่ใช่น้ำท่วมธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สุดของภูมิภาค ซึ่งมีต้นเหตุจากหิมะและธารน้ำแข็งถล่มในแถบหิมาลัย
แม้ว่าจะยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดถึงสาเหตุของการถล่ม แต่ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ธารน้ำแข็งทั่วโลกละลายอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติในลักษณะนี้ นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า เทือกเขาหิมาลัยกำลังละลายเร็วขึ้น ขณะที่อุณหภูมิทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
ผู้นำเนปาลระบุว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า ความเสี่ยงที่เราต้องเผชิญในภูมิภาคหิมาลัยกำลังเพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น พื้นที่แถบนี้จะต้องมีการเฝ้าระวังต่อไป
เนปาล ซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีประชากรราว 30 ล้านคน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับชาติมหาอำนาจและประเทศอุตสาหกรรม แต่กลับต้องรับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างหนัก โดยนายกรัฐมนตรีเนปาลยืนยันว่า เนปาลจำเป็นต้องผลักดันประเด็นนี้ในเวทีระหว่างประเทศอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกัน ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดในเนปาลและทิเบต เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 955 ราย แล้ว ขณะที่ยังมีผู้สูญหายในทั้งสองประเทศ 4,471 ราย