วันนี้ 22 มี.ค. 2562 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปล่อยขบวนรถไปรษณีย์ ขนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า จำนวน 15 คัน โดยแต่ละคันจะมีระบบความปลอดภัย คือ มีเจ้าหน้าที่ 3 คน ประกอบด้วย พนักงานขับรถ พนักงานนำส่งไปรษณีย์ และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ส่วนการติดตั้ง GPS จะติดไว้หน้ารถ เช่นเดียวกับกล้องวงจรปิด จะติดตั้งไว้เฉพาะหน้ารถด้านบนฝั่งซ้ายมือของพนักงานขับรถเท่านั้น จะไม่ติดไว้ในห้องจัดเก็บบัตร
เนื่องจากการรักษาความปลอดภัยห้อง นั้น จะใช้วิธีนำสายรัดที่มีหมายเลขกำกับรัดปากถุงที่บัตรจุบัตรเลือกตั้งของแต่ละเขตไว้ และภายนอกรถจะมีสายรัดทั้งสีส้ม สีแดง ที่มีตัวเลขกำกับ รัดไว้โดยรอบ ส่วนการเดินทางจะมีรถตำรวจกรมทางหลวง 1 คัน นำหน้ารถไปรษณีย์แต่ละคัน
สำหรับรถทั้ง 15 คัน จะเดินทางไปยัง 15 ศูนย์ไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ ประกอบด้วย ศูนย์ไปรษณีย์อยุธยา ราชบุรี ศรีราชา กบินทร์บุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ลำพูน เด่นชัย นครสวรรค์ พิษณุโลก ทุ่งสง ชุมพร และหาดใหญ่
จากนั้น แต่จังหวัดที่อยู่ในสังกัดศูนย์นั้นๆจะส่งรถไปรษณีย์ของแต่ละเขตมาพร้อมรถตำรวจอย่างละ 1 คัน เพื่อมารับบัตรเลือกตั้งของเขตนั้นไปจัดเก็บที่หน่วยงานราชการ เช่น สถานีตำรวจ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัย พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้คอยตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนการตรวจสอบว่ามีกระบวนการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ นายมานะ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการนครหลวง บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ระบุว่า หลักๆเจ้าหน้าที่จะเช็คตัวเลขที่กำกับบนสายรัด ที่รัดถุงเก็บบัตรอยู่ กับตัวเลขสายรัดรอบนอกรถ ว่าตรงตามระบุเอกสารหรือไม่ หากตรงเท่ากับว่า ไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น
ส่วนการนับคะแนน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ระบุว่า จุดนับคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งแบบนอกเขต และนอกราชอาณาจักร จะถูกแยกไปนับคะแนนใน "หน่วยนับคะแนนกลางของแต่ละเขต" หลังเวลาปิดหีบลงคะแนนเสียง ซึ่งแต่ละหน่วยกลางจะมีชุด เจ้าหน้าที่นับคะแนน และอุปกรณ์นับคะแนนเหมือนหน่วยนับคะแนนทั่วไป
เลขาธิการ กกต.ยังกล่าวถึง กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.ยื่นเรื่องเมื่อวานให้กกต.ตรวจสอบเอกสารลับจากกระทรวงกลาโหม ที่ขอให้สนับสนุนพรคคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งว่า เป็นเอกสารจริงหรือเท็จ ว่า กกต.จะดำเนินตามขั้นตอนกฎหมาย เบื้องต้นยังไม่นำเข้าที่ประชุม กกต. ซึ่งหากหยิบเรื่องมาพิจาณาแล้ว เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของสำนักงาน จะลงตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากคดีมีมูล จะเชิญผู้ที่ปรากฎชื่อในเอกสารมาสอบปากคำ