วันนี้ (22 มี.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการปล่อยคาวาวานรถรณรงค์ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และช่วยผู้สมัคร ส.ส. ในเขตพื้นที่บางซื่อ-ดุสิต และเขตพื้นที่ใกล้เคียงหาเสียงกับประชานชนี่ตลาดวัดสะพานสูง ตลาดราชวัตร และหลังตลาดกระทรวงการคลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความคิดเห็นกรณีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แสดงจุดยืนหลังการเลือกตั้งว่าพลังประชารัฐจะจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่จำเป็นต้องได้เสียงเป็นอันดับหนึ่งว่า ทุกอย่างควรเป็นไปตามกติกาเหมือนที่ผ่านมา และพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่เคยพูดคุยหรือมีใครมาพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล แต่ทราบมาว่าพรรคพลังประชารัฐ มีการทาบทามบางพรรคการเมืองแล้ว
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ถ้าต้องการเห็นประชาธิปไตยพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องมีประชาธิปไตยที่สุจริต โดยเริ่มต้นจากการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม หากประชาชนต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ต้องไม่ขายเสียงและยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง
ขณะที่ เมื่อคืนที่ผ่านมา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เขียนจดหมายถึงชาวพิษณุโลก 50,000 ฉบับ พร้อมขีดเส้นใต้ในประโยคที่ว่า ประเทศของต้องเผชิญปัญหาต่าง ๆ ตนยืนยันกับพี่น้องทุกท่านว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง ตนจะเอาประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง จะต้องช่วยผลักดันแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ตลอดจนผลักดันประเทศให้พ้นปัญหาวิกฤตทางการเมือง และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่ “รักชาติ รักบ้าน รักเมือง” ทำให้หลายคคนตีความว่า นพ.วรงค์อาจไปสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากการเมืองอื่น ๆ จนเกิด งูเห่า ในพรรคประชาธิปัตย์ขึ้น ซึ่ง นพ.วรงค์ ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวพีพีทีวีว่า เป็นการทำงานการเมืองในพื้นที่ ไม่ใช่ภารกิจในภาพรวมของพรรค และเนื้อหาในจดหมาย ก็เป็นการเขียนแบบกว้าง ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงเจตนาอย่างที่ถูกกล่าวหาหรือตั้งข้อสังเกต และในทางปฏิบัติ คงไม่มีใครเขียนได้ว่า จะไปสนับสุนคนไม่รักชาติ ไม่รักบ้าน รักเมืองได้ ยืนยันว่า ทั้งหมดไม่มีนัยทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น