เบื้องหลังการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิรณสิทธิ์ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองลงพื้นสืบหาข้อมูลกว่า 1 เดือน จนทราบพฤติกรรมร้านคาราโอเกะแห่งนี้ นำหญิงสาวชาวเมียนมาร์อายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาขายบริการทางเพศ ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์
หลังทราบข้อมูลเจ้าหน้าที่ได้ส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปเป็นนักท่องเที่ยวและล่อซื้อหญิงบริการ ก่อนวางแผนเข้าจับกุมเมื่อคืนที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ 3 คน เป็นชาวเมียนมาร์
จากการตรวจสอบห่างไปจากร้านคาราโอเกะประมาณ 50 เมตร พบเป็นห้องแถว ดัดแปลง สำหรับการขายบริการ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบสมุดบัญชีการจ่ายเงินให้ 11 หน่วยงานโดยเจ้าของร้านอ้างว่าต้องจ่ายเงินแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับ
ข้อมูลของหญิงสาวชาวเมียนมาร์ ที่ให้กับเจ้าหน้าที่ จะต้องทำงานตั้งเเต่ 20.00 น. จนถึง 02.00 น.หรือ จนกว่าเเขกที่มาใช้บริการจะหมด โดยจะได้มีค่าบริการแบบชั่วคราว 1,100 บาท หักให้เจ้าของร้าน หรือเเม่เล้า 300 บาท ค่าโรงเเรม 100 บาท เเต่ส่วนต่าง 700 บาท หากเป็นการซื้อบริการเเบบค้างคืน จะคิดในราคา 2,500 บาท เจ้าของร้านหัก 500 บาท ทั้งหมดจะไม่สามารถเบิกเงินมาใช้ได้ในทันที และ บางครั้ง ไม่ได้รับเงินตามที่ตกลง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ระบุสั้นๆ ว่าได้มีคำสั่งให้ย้ายนายตำรวจระดับ ผู้กำกับการ สภ.พาน และผู้บริหาร รวมถึง จำนวน 5 นาย ให้ไปประจำที่กองบังคับการภูธรจว.เชียงราย ในช่วงที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว