สุลต่านแห่งบรูไนทรงยืนยันว่าบรูไนยังคงเป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว แม้จะเริ่มมีการบังคับใช้โทษประหารชีวิตคู่รักร่วมเพศ ขณะที่เลขาธิการใหญ่ยูเอ็นชี้เข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
เมื่อวานนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัล โบลเกียห์แห่งบรูไน ทรงมีพระราชดำรัสแก่ประชาชน เนื่องในวันหยุดสำคัญทางศาสนาอิสลาม ใจความว่า บรูไนยังเป็นประเทศที่มีความเป็นธรรมและเต็มไปด้วยความสุข จากการยึดถือหลักศาสนาอิสลาม
โดยพระองค์ทรงยืนยันว่าบรูไนพร้อมจะมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว แม้ว่าเมื่อวานนี้ ทางการจะเริ่มมีการประกาศใช้กฎหมายประหารชีวิตด้วยการปาหินใส่ผู้ที่มีความผิดในข้อหามีความสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน คบชู้ และข่มขืน รวมถึงตัดมือผู้ที่มีความผิดฐานลักขโมย
ล่าสุด นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์วิจารณ์กฎหมายใหม่ของบรูไนว่าเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน โดยตัวเขาเชื่อว่า ทุกคนบนโลกนี้มีสิทธิที่จะเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น และสามารถรักใครก็ได้ที่อยากรัก จึงขอแสดงจุดยืนคัดค้านการลงโทษรุนแรงในทุกรูปแบบ
เช่นเดียวกับนางมิเชลล์ บาเชเลต ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนของยูเอ็น ที่เตือนว่ากฎหมายดังกล่าวจะทำให้สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในบรูไนถดถอยเป็นอย่างมาก
"จอร์จ คลูนีย์" ปลุกกระแสต้านบรูไนประหารเกย์
ขณะที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้บรูไนลงสัตยาบันและปฏิบัติตามสนธิสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรม
ส่วนบรรยากาศหน้าที่ประทับของ สมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซานัล โบลเกียห์ ในย่านเวสต์ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีกลุ่มผู้ประท้วงมาโบกธงสีรุ้ง และเต้นรำ เพื่อแสดงพลังคัดค้านการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว
ปัจจุบัน มีเพียงไม่กี่ประเทศที่มีโทษประหารชีวิตคู่รักเพศเดียวกัน อาทิ อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย เยเมน ซูดาน มอริเตเนีย บางส่วนของไนจีเรียและโซมาเลีย รวมถึงประเทศล่าสุด คือ บรูไน