นายนคร มาฉิม อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก นคร มาฉิม ถึงพรรคเพื่อไทยระบุว่า พรรคเพื่อไทยครับ มวลชนรอความหวังให้ท่านสู้ หลังจากพฤษภาทมิฬ 35 เราได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปี 40
การนำทัพของ อัศวินคลื่นลูกที่สามนาม ทักษิณ ชินวัตร พรรคไทยรักไทย เป็นความหวังของประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย และชนะการเลือกตั้ง ต่อเนื่องจากปี 2544,2548 ยิ่งใหญ่ ทรงพลัง เป็นที่เกรงขามหวาดหวั่นของฝ่ายเผด็จการ แต่ถูกฝ่ายเผด็จการยุบพรรค ถูกยึดอำนาจปี 2549 ปรับตัวพัฒนาการมาเป็นพรรคพลังประชาชน ก็ยังชนะ ถูกยุบพรรคซ้ำอีก มาเป็นพรรคเพื่อไทย ก็ยังชนะ
แต่ในขณะเดียวกันฝ่ายเผด็จการก็เรียนรู้ จุดอ่อนจุดแข็งทั้งฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายเผด็จการเอง มีการพัฒนาและยกระดับการต่อสู้อย่างต่อเนื่องปิดจุดอ่อนของฝ่ายเผด็จการทุกจุด พร้อมกับย่อยสลายทำลายฝ่ายประชาธิปไตยที่นำโดย ทักษิณ สมัคร สมชาย ยิ่งลักษณ์ และแกนนำฝ่ายประชาธิปไตยทุกคนที่เป็นคีย์แมน เมื่อผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยถูกองคาพยพของระบอบเผด็จการกลั่นแกล้ง กีดกัน ทำลายทุกกระบวนการ จนไม่สามารถยืนสู้อยู่ในประเทศได้ ทำให้ผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยอย่างทักษิณ แม้จะฉลาดปราดเปรื่องมากเพียงใด แต่ก็อยู่ไกลจากพื้นที่จริง ห่างไกลจากสมรภูมิจริง ยิ่ง
สถานการณ์ปัจจุบันฝ่ายเผด็จการ ควบคุมหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จ มีข้าราชการแทบจะทุกกระทรวง ทบวง กรมมีองค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ มีเงินงบประมาณจากภาษีประชาชนใช้อย่างเหลือเฟือ อีกทั้งฝ่ายเผด็จการฉลาดพอที่จะยื้อเวลาให้ยาวนานที่สุด ยิ่งยาวนาน ฝ่ายประชาธิปไตยยิ่งหมดแรง ในขณะที่ฝ่ายเผด็จการกระชับอำนาจให้มั่นคง เข้มแข็ง แทรกซึมทุกอณูของประเทศ ตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงระดับหมู่บ้าน ชุมชน ปกครองแบ่งปันผลประโยชน์เป็นชั้นๆดังที่เห็นแล้วในการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงินและการโกงการเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพสูง แม้เพื่อไทยจะชนะ แต่ก็ไม่เด็ดขาด ไม่ถล่มทลายเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่คาดหวังได้
ซัดกันนัว! รปภ.ต่อยกับลูกบ้านอ้างดูถูกเงินเดือนน้อยกว่ารองเท้า
พรรคไทยรักษาชาติ ถูกทำลายทิ้ง พรรคอนาคตใหม่และแกนนำกำลังเจอมรสุมจากการใช้อำนาจรัฐ ไม่รู้ว่าสุดท้ายอนาคตใหม่จะสามารถต้านทานอำนาจของฝ่ายเผด็จการได้ไปถึงไหน พรรคอาจจะถูกยุบ แกนนำอาจจะติดคุก หรือล้มหายตายจากไป เพราะฝ่ายเผด็จการเขาไม่เคยแคร์อะไรทั้งต่อสังคมไทย และสังคมโลก ขอเพียงแค่พวกเผด็จการได้สืบทอดอำนาจและชนะสงคราม 2 ระบอบเท่านั้นเพราะเขาถือว่าผู้ชนะ เป็นคนเขียนประวัติศาสตร์
สภาพการณ์ตอนนี้ ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยคนหนึ่ง มองเห็นกระบวนทัพ ที่จะต่อกรกับเผด็จการแล้ว ฝ่ายเรายังเล่นอยู่ในเกมส์ที่เผด็จการกำหนดทุกอย่าง ซึ่งไม่มีวันที่เราจะชนะในเกมส์ที่เผด็จการกำหนด แม่ตัวเลขจำนวน สส. จะได้มากกว่า แต่ฝ่ายเผด็จการก็ไม่เคยยอมรับมารยาทและวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดีงามพวกเขาพยายามรวบรวมจำนวน สส ให้ได้มากที่สุด แม้จะซื้อ จะดูด จะบังคับ ขู่เข็ญ หลอกล่อด้วยอำนาจ ผลประโยชน์ และในขณะเดียวกันยังไม่รู้ว่า ว่าที่ สส พรรคเพื่อไทยจะถูกใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม หรือใบดำอีกกี่คน ซึ่งสุดท้ายแล้ว โอกาสที่ฝ่ายประชาธิปไตยที่มีพรรคเพื่อไทย และ พรรคอนาคตใหม่ เป็นแกนนำจะได้จัดตั้งรัฐบาลนั้นมีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ฝ่ายเผด็จการจะต้องใช้ทุกกระบวนการและทุกองคาพยพ เพื่อให้กลับมาเป็นรัฐบาลให้ได้ทุกวิถีทาง เพื่อสืบทอดอำนาจต่อไป และป้องกันไม่ให้ฝ่ายประชาธิปไตยตรวจสอบเอาผิดยึดทรัพย์สินที่ฝ่ายเผด็จการโกงไปมาคืนประชาชนและประเทศชาติ ที่สำคัญหากฝ่ายประชาธิปไตยจัดตั้งรัฐบาล นำ้ลดแล้วตอแห่งความเลวร้ายที่ฝ่ายเผด็จการทำไว้จะผุดขึ้นมาให้คนไทยได้เห็น ซึ่งมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพังทลายลงของระบอบเผด็จการ เขาจึงยอมไม่ได้
พรรคเพื่อไทย ในฐานะทัพหลวง ยังเป็นที่หวังของมวลชนฝ่ายประชาธิปไตย อย่าไปรอคอย อย่าไปอ้อนวอนขอความรัก ความเมตตาจากฝ่ายเผด็จการเลย เพราะมันไม่มี จงผนึกกำลังลุกยืนขึ้น ให้มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยที่กำลังจะสิ้นหวัง ได้มีความหวัง เฉกเช่นพรรคอนาคตใหม่ ให้คู่ขนานกันไป เหมือนกับหลายๆทัพ และฝ่ายเผด็จการจะจับทางไม่ถูก
จึงขอเรียนไปยังผู้บริหารพรรคเพื่อไทยทุกท่านว่า แม้จะไม่มีอัศวินคลื่นลูกที่สาม อย่างทักษิณ แต่พรรคเพื่อไทยคือสถาบันทางการเมืองหลัก เป็นผู้นำฝ่ายประชาธิปไตย ที่จะเป็นที่หวัง เป็นที่พึ่ง เป็นผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยให้ชนะสงครามสองระบอบคือเผด็จการ และประชาธิปไตยให้จงได้
เมื่อประชาชนคาดหวังจากพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยจะต้องไม่ทำให้ประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยต้องผิดหวังนะครับ
ทั้งนี้ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ในเขต 5 พิษณุโลก นายนคร มาเป็นอันดับสาม โดยอันดับหนึ่งคือ นายมนัส อ่อนอ้าย จากพรรคพลังประชารัฐ อันดับสองคือ นายคณิศร มาดี จากพรรคประชาธิปตย์