เหตุการณ์ไฟไหม้โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ที่ปรากฎออกมาเมื่อวานนี้ ( 10 เม.ย.) ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มควันสีดำ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะจุดต้นเพลิงอยู่ที่ชั้นบี 2 ซึ่งเป็นชั้นใต้ดิน แต่ควันไฟลอยขึ้นไปในปล่องระบายควัน ซึ่งถูกสร้างไว้เพื่อระบายอากาศและควันเสียสูงขึ้นไปจากชั้นใต้ดินถึงชั้น 8 ก่อนควันจะถูกปล่อยออกนอกตัวอาคาร แต่เพราะ ความร้อนทำให้ท่อระบายควันได้รับความเสียหายเพิ่มเติม ส่งผลให้การค้นหาต้นเพลิงยากลำบากขึ้น
ต้นเพลิงของเหตุการณ์นี้อยู่ภายในห้องเครื่อง ชั้น บี2 ซึ่งเป็นชั้นใต้ดิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดแรกที่เข้าพื้นที่ในจุดนี้ให้ข้อมูลว่า นำเครื่องตรวจจับความร้อนเข้าตรวจสอบพื้นที่ เมื่อไปถึงหน้าห้องเครื่องพบเพียงควันสีดำ แต่ปรากฎว่าเครื่องตรวจจับความร้อนได้ถึง 160 องศา จึงสันนิษฐานว่า เพลิงลุกไหม้ในห้องเครื่อง ซึ่งสาเหตุที่ไม่เปิดดูเพราะกังวลว่าไฟจะขยายวงกว้างมากขึ้น และทำให้ไม่รู้ว่าด้านในมีสปริงเกลอร์หรือไม่ แม้ด้านนอกจะมีสปริงเกลอร์ทำงานอยู่
ควันไฟที่เป็นอุปสรรคสำคัญของการค้นหาต้นเพลิง ทำให้ทัศนวิสัยของกู้ภัยมองเห็นเพียง ระยะฝ่ามือเท่านั้น แต่ การระบายควันของระบบอาคารนี้ ใช้การระบายควันทางปล่อง ซึ่งมีขนาดประมาณ 2 เมตร คูณ 2 เมตร ต่อยาวจากชั้นบี 2 ถึงชั้น 8 ก่อนจะแยกท่อออกเป็น 3 ท่อ ขนาดท่อละประมาณ 60 เซนติเมตร เพื่อส่งควันไฟออกนอกอาคาร
แต่สาเหตุที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้นเพราะ ท่อที่รับควันต่อมา 2 ใน 3 ท่อ ทำด้วยไฟเบอร์กลาส เมื่อโดนความร้อนมากๆทำให้พังลงมาบริเวณทางเดินขวางทางเชื่อมไปที่บันไดหนีไฟ และ ส่งผลให้ควันไฟลามเป็นวงกว้าง ที่ชั้น 8
นาย พิชญะ จันทรานุวัฒน์เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า อาคารดังกล่าวเป็นอาคารเก่าที่สร้างก่อนมีพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ปล่องระบายควันจะไม่มีอุปกรณ์ป้องกันความร้อน เพราะ กฎหมายเก่าไม่ได้กำหนดให้มี
หากมีอุปกรณ์ป้องกันความร้อนจะทำให้ไม่เกิดความเสียหายมากเท่านี้ เพราะ ควันไฟจะไม่สามารถทะลุผ่านไปที่ท่อระบายควันได้ แต่จะรวมตัวกันอยู่ที่ปล่องจนในที่สุดเมื่อออกซิเจนหมดสถานการณ์ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ระทึก!! ไฟไหม้ เซ็นทรัลเวิลด์ "เชียร์ ทิฆัมพร" ระบุเหตุเกิดชั้น 7