เครื่องราชกกุธภัณฑ์ของราชวงศ์ดอกเบญจมาศ ประกอบด้วยสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ 3 อย่าง ที่ถ่ายทอดลงมารุ่นสู่รุ่นนับเป็นพันปีแล้ว โดยชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า สิ่งของทั้ง 3 อย่างนี้ ส่งต่อมาจากเทพเจ้า เพื่อมอบให้กับกษัตริย์ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเทพจุติลงมายังโลก
แต่เป็นที่น่าแปลกใจที่สิ่งของทั้ง 3 อย่างนี้ ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเก็บซ่อนไว้ที่ใด มีแต่การคาดเดาไปต่างๆนาๆ และแม้แต่เจ้าชายนารุฮิโตที่จะขึ้นครองราชย์เอง ก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้ทอดพระเนตรเลยแม้แต่ครั้งเดียว
สิ่งของชิ้นแรกในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ก็คือ กระจกศักดิ์สิทธิ์ หรือ “ยาตะ โนะ คากามิ” คาดว่ามีอายุมากกว่า 1 พันปี ส่วนสถานที่เก็บรักษาก็คือศาลเจ้า”อิเซ”ในจังหวัด”มิเอะ” ถือเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุด มีลักษณะเป็นกระจกทรง 8 เหลี่ยม มีอานุภาพในการเปิดเผยข้อเท็จจริงต่างๆ
ชิ้นต่อมาคือ”คูซานากิ โน สึรึกิ” หรือ “ดาบศักดิ์สิทธิ์” เชื่อกันว่าถูกเก็บรักษาไว้ที่ศาลเจ้า”อัตสึตะ” ในเมือง”นาโงย่า” เป็นดาบที่ว่ากันว่างอกมาจากหางของงู 8 หัว เป็นตัวแทนของความกล้าหาญของพระมหากษัตริย์ เป็น 1 ในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่เป็นปริศนามากที่สุด เพราะไม่มีใครรู้เลยว่า ดาบเล่มนี้ยังอยู่หรือไม่ บ้างก็ว่าหายไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แล้ว บ้างก็ว่ามันถูกเก็บรักษาไว้ในพระราชวังอิมพีเรียลนั่นเอง แต่เป็นของทำขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ของแท้ดั้งเดิม
ชิ้นที่สามหรือชิ้นสุดท้ายคือ อัญมณีศักดิ์สิทธิ์ หรือ “ยาซาคานิ โน มากาทามะ” ทำขึ้นมาจากหยกสีเขียว เป็นรูปทรงโค้งมน สันนิษฐานว่าทำขึ้นมาตั้งแต่ 1 พันปีก่อนคริสตกาล ที่สำคัญคือ มีความเชื่อกันว่า หยกศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้ เป็นสิ่งของเพียงชิ้นเดียวใน 3 ชิ้น ที่ยังเป็นของดั้งเดิม ไม่มีการทำขึ้นมาใหม่ ถูกเก็บรักษาไว้อยู่ในพระราชวังอิมพีเรียลนั่นเอง ความหมายของของชิ้นนี้ก็คือ เป็นการแสดงให้เห็นถึงพระเมตตากรุณาของกษัตริย์
สำหรับชาวญี่ปุ่นรุ่นเก่า จะยังคงความเชื่อว่า เครื่องราชกกุธภัณฑ์คือสิ่งของ 3 อย่าง ที่เทพเจ้าประทานมาให้กับเทพที่จุติลงมาเป็นพระจักรพรรดิบนโลก และเป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดไปเสียมิได้ แต่สำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว มีคำเปรียบเปรยถึงสิ่งของ 3 สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนธรรมดาทั่วไป สิ่งเหล่านั้นก็คือ โทรทัศน์ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า