นนท์ ผู้ขับคนขี่จักรยานยนต์รับจ้างย่านนนทบุรี รายนี้เปิดเผยถึงราคาค่าวินที่ต้องจ่ายให้หัวหน้าวิน 1,700 บาทต่อเดือน แม้เขาจะลงทะเบียนถูกกฎหมายก็ต้องจ่าย โดยหัวหน้าวิน อ้างว่า เป็นค่าอำนวยความสะดวก และจะส่งเงินให้ “นาย” ซึ่งไม่มีใครยืนยันได้ว่า “นาย” ที่ว่าคือใคร
หากตำรวจจะสุ่มตรวจการกระทำผิดกฎหมายของวิน ตำรวจในพื้นที่ มักจะมาแจ้งล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน ทำให้เมื่อลงตรวจจึงไม่พบความผิด
สอดคล้องกับคำบอกเล่าของ นายกสมาคมจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประแห่งไทย บอกที่ว่า เพื่อนร่วมอาชีพ มักร้องเรียนว่าหัวหน้าวินเรียกเก็บ ค่าใช้ค่าจ่าย และส่งต่อในผู้มีอิทธิพล แม้ผู้ขับขี่ จะลงทะเบียนตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกแล้ว จึงเสนอให้ภาครัฐ ใช้ตำรวจนอกพื้นที่ดูแลปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจในพื้นที่อาจรู้เห็นด้วยหรือไม่
ที่ผ่านมาสมาคมฯได้ เสนอให้ภาครัฐ ใช้ตำรวจนอกพื้นที่ดูแลเพื่อแก้ปัญหาการเก็บส่วย และเสนอให้ การตั้งวินใหม่ต้องให้ วินเก่ามีส่วนร่วมในการออกความเห็นด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เชื่อว่าทั้งหมดลดปัญหาผู้มีอิทธิพลและปัญหาส่วนได้
ข้อเสนอของนายกสมาคมจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีฯ บอกว่า การตั้งวินใหม่ โดยให้ วินเก่ามีส่วนและยินยอมนั้น ทำไม่ได้ ผิดระเบียบ เพราะชื่อว่าวินเก่าจะไม่เห็นด้วยแน่นอน การตั้งวินใหม่มี คณะอนุกรรมการประจำกรุงเทพ ฯ ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร สำนักงานเขตและ เจ้าหน้าที่ขนส่งฯ พิจารณาการาตั้งวิน อย่างรอบครอบอยู่แล้ว และยอมรับพื้นที่ใกล้ประชาชน หรือ “ทำเลทอง” ถูกนำไปโฆษณาและเก็บค่าวิน
ปัญหาผู้ที่อิทธิพลในพื้นที่ และ ส่วย คล้ายเป็นเรื่องเดียวกันที่ ทั้งภาครัฐและผู้ประกอบอาชีพนี้ มองว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน และเรียกว่าเป็นระบบอุปภัมภ์ ต้องการแก้ไขอย่างจริง
กรมการขนส่งทางบก ยอมรับว่า ปัญหาส่วยวินรถจักรยานยนต์ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน และต้องหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน