การแถลงข่าวชี้แจงข้อสงสัยเรื่องนี้ เกิดขึ้นหลังการประชุม ก.ตร. ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีคณะกรรมการ ก.ตร.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพียง และหนึ่งในวาระการประชุมคือการถอดรายชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ออกจากอนุ ก.ตร.ด้านกฎหมาย หลังได้รับคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา หรือ 11 วันพอดี โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง
ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุ ก.ตร.ฝ่ายกฎหมาย จะออกมาแถลงข่าว ว่า ที่ประชุมได้เสนอชื่อ พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 เป็นอนุกรรมการแทน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เนื่องจากมีความพร้อมและสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่มากกว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ที่ถูกย้ายไปอยู่สำนักนายกฯ
พล.ต.อ.วิระชัย ชี้แจงว่า การถอนชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม แต่เป็นการเสนอเพื่อความเหมาะสม
ส่วนจะเป็นการปิดช่องไม่ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ โอนกลับมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกหรือไม่ พล.ต.อ.วิระชัย ย้ำว่า เป็นการพิจารณาเฉพาะองค์ประกอบของอนุก.ตร.ด้านกฎหมายเท่านั้น เพราะการแต่งตั้งอนุ ก.ตร.สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ไม่มีวาระ และแม้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์จะมีความรู้ความสามารถ แต่ถ้าไม่มีเวลา ก็ต้องเปลี่ยนแปลง
ก่อนประชุม ก.ตร.เร่งด่วน มีการแถลงข่าวซึ่งมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงด้วย โดยให้พล.ต.อ.วิระชัย เป็นผู้แถลงรายละเอียดและสาระสำคัญของการแถลงคือเรื่องคุณสมบัติของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ที่ยืนยันว่าเป็นตัวแทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเข้าเกณฑ์เป็นอนุ ก.ตร.ได้ เพราะเคยเป็นอนุ ก.ตร.ชุดนี้มา 4 ครั้งแล้ว จึงเห็นควรให้ดำรงตำแหน่งต่อ
ขณะที่พล.อ.ประวิตร ชี้แจงสั้นๆ หลังการประชุมว่า สาเหตุที่มีการเรียกประชุม ก.ตร.ก่อนกำหนดวันนี้ ไม่ได้เป็นวาระเร่งด่วน แต่เพราะวันศุกร์ติดประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล จึงเลื่อนการประชุมมาเร็วขึ้น ไม่ใช่ลดกระแสแรงเสียดทางจากสังคมที่จะดัน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ โอนกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ด่วน !! มติครม.โอน “บิ๊กโจ๊ก” เป็นขรก.พลเรือน
เปิดประวัติ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ดาวรุ่งพุ่งแรงสู่หนทางวิบากเอี่ยวเว็บพนัน