ในรายงานดังกล่าวระบุว่า เครือข่ายพีเน็ตมีประมาณ 600 คน ในพื้นที่ 63 จังหวัดทั่วประเทศ ได้รายงานการสังเกตการณ์ผ่านแบบสอบถาม กูเกิ้ล ฟอร์ม โดยแบ่งเป็นคำถามการสังเกตการณ์ช่วงต่าง ๆ เช่น ช่วงเตรียมการเลือกตั้ง, ช่วงก่อนเลือกตั้ง, ช่วงวันเลือกตั้ง, ช่วงเวลานับคะแนน เป็นต้น
ผลการประมวลข้อมูลจากแบบสอบถาม แม้ว่าอาจไม่สามารถสรุปเป็นภาพรวมของทั้งประเทศได้ เพราะผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์ได้ครอบคลุมทุกหน่วยเลือกตั้งที่มีมากกว่า 9 หมื่นหน่วยได้ นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดในการกรอกข้อมูลของผู้ตอบคำถามซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดพลาดแต่ก็นับได้ว่าคำตอบจากกลุ่มตัวอย่างสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและอาจส่งผลต่อการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม
ตัวอย่างปัญหาที่พบจากการประมวลผลแบบสอบถามดังกล่าว ได้แก่ คำถามที่ว่าการให้ความรู้และการรับรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งพบว่า กลุ่มตัวอย่างไม่ได้รับเอกสารชี้แจงเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ถึง 78%
เมื่อถามว่ามีการขนคนมาฟังเวทีปราศรัยหรือไม่ 49% บอก มีมาก 37% บอกมีปานกลาง 14% บอกมีน้อย
เมื่อถามว่า ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ วางตัวเป็นกลางเป็นที่ประจักษ์หรือไม่
35% ตอบว่า ใช่
30% ตอบว่า ไม่ใช่
ส่วนอีก 35% ตอบว่า ไม่ทราบ
นอกจากนี้ในรายงานส่วนที่ 4 สรุปปัญหาและข้อสังเกต ซึ่งประมวลจากข่าวสารและรายงานจากเครือข่ายพีเน็ต พบปัญหาการแบ่งเขตเลือกตั้งใน 10 จังหวัดที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์, ปัญหาความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งรวมถึงพฤติกรรมทหารที่แสดงความเห็นทางการเมืองซึ่งแสดงอำนาจอิทธิพลส่อเจตนากดทับเสรีภาพในการแสดงออก, ปัญหาการทำหน้าที่ของ กกต.ที่กฎหมายให้อำนาจแต่ใช้ได้ไม่เต็มที่, ปัญหาการหาเสียงของผู้สมัครและพรรคการเมืองซึ่งผู้สังเกตการณ์พีเน็ตพบเห็นและทราบข่าวการกระทำผิดของพรรคการเมืองอยู่บ้าง
ทั้งนี้ พีเน็ตได้ออกแถลงผลการประเมินการทำงาน กกต.ว่า ไม่ผ่านการประเมิน และเชื่อว่ายังมีปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขค้างคาอยู่เป็นจำนวนมาก