วันนี้ (9 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เรียกนางศุลักษณ์ สุยะนนท์ อายุ 60 ปี และนางจันทร์สม แก้วพื้น อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นคนขี่และคนซ้อนท้ายรถจีกรยานยนต์คู่กรณี ที่ถูกเยาวชนวัย 13 ปีขี่รถบิ๊กไบค์พุ่งชนจนบาดเจ็บมาสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งสองคน ระบุว่า ยังคงตกใจและหวาดกลัวไม่กล้าขับขี่รถในระยะนี้ โดยเบื้องต้นตำรวจได้นัดหมายให้ นางศุลักษณ์ นางจันทร์สม และผู้เสียหายอีก 2 คน มาเจรจาค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.62) โดยจะให้ความเป็นธรรมกับคู่กรณีทั้ง 3 ฝ่าย
ขณะที่การสอบสวนทราบว่าเด็กชายมีอายุ 12 ปี จะครบ 13 ปี บริบูรณ์ในเดือนตุลาคมนี้ ถือว่าอยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ซึ่งตำรวจจะเรียก นายสุวิทย์ เทพาขันธ์ ผู้เป็นพ่อมาสอบปากคำว่าผู้ปกครองมีส่วนในการสนับสนุน หรือส่งเสริมให้เด็กชายขับขี่รถบิ๊กไบค์จนเกิดอุบัติ ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหายหรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะแจ้งข้อหากับผู้ปกครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก นอกจากนี้ ยังพบว่ารถบิ๊กไบค์คันดังกล่าว ยังมีชื่อนายสุวิทย์เป็นผู้ซื้อและครอบครองด้วย
ด้าน นายชัญญณัฐ บุตรประวัติ หัวหน้าครูฝึกและผู้เชี่ยวชาญกับขับขี่รถบิ๊กไบค์ประจำศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าเชียงใหม่ แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่าผู้ขี่รถบิ๊กไบค์ต้องผ่านการฝึกอบรมทักษะเกี่ยวกับการขับขี่ โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัย ทั้งการประเมินความปลอดภัยและการคาดการณ์อุบัติเหตุ เพื่อให้สามารถขับขี่บนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย หากผู้ขับขี่สามารถประเมินได้ดี และมีจิตสำนึกย่อมลดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้