Top-WorldKickoff Top-WorldKickoff

ไทยป่วย “โรคเนื้อเน่า” 200 คนต่อปี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากแผลเล็กๆ แล้วไม่ทำความสะอาด ลุกลามจนเป็นโรคเนื้อเน่า กรมควบคุมโรค เปิดสถิติ คนไทยเป็นโรคนี้ปีละ 200 คน เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงสุด

กรณีพบผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าใน จ.น่าน รวม 26 ราย ต้องเข้าไอ.ซี.ยู. 3 ราย และเสียชีวิตแล้ว 1 ราย  จาก โรคเนื้อเน่า (Necrotizing fasciitis) ล่าสุด นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) บอกถึงโรคนี้ ว่าเป็น “โรคติดเชื้อที่ผิวหนังและชั้นไขมันใต้ผิวหนังอย่างรุนแรง เกิดจากเชื้อโรคที่เข้าไปในบาดแผล ทำให้เกิดการอักเสบ ลุกลามได้ง่าย ทำให้เกิดภาวะเนื้อตาย ส่วนใหญ่เกิดจากแผลเล็กๆ จึงไม่ได้ให้ความสนใจทำความสะอาด”

รายที่รุนแรงอาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะไตวาย ช็อก และอาจเสียชีวิตได้ ยิ่งมีอาการช็อกแล้วมาพบแพทย์ช้า จะทำให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงด้วย

พบเกษตรกรป่วยโรคเนื้อเยื่อเน่า เสียชีวิตเฉลี่ยปีละกว่า 10 คน

สำหรับ โรคเนื้อเน่ามักพบใน “กลุ่มเกษตรกร ที่ทำไร่ทำนา เพราะมีโอกาสเกิดบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ และสัมผัสกับเชื้อโรคที่อยู่ในดินหรือในน้ำได้ง่าย จากการต้องเดินลุยหญ้า นาข้าว เหยียบย่ำโคลนระหว่างทำนา ตำแหน่งที่เกิดมากสุด คือ บริเวณขา รองลงมาเป็นบริเวณเท้า โดยประเทศไทยจะพบผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าประมาณ 100-200 รายต่อปี” พบผู้ป่วยมากในช่วงฤดูฝน และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ส่วนขณะนี้มีผู้ป่วยเนื้อเน่าทั้งประเทศกี่รายอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลที่ชัดเจน

น่านพบ “โรคเนื้อเน่า” ระบาดหนักช่วงหน้าฝน

พบผู้ป่วยแบคทีเรียกินเนื้อมนุษย์ จ.พะเยา

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า คนที่มีความเสี่ยงเกิดโรคเนื้อเน่า ได้แก่ ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำหรือเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นเลือด เช่น เบาหวาน ไตวาย มะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด ผู้สูงอายุ คนอ้วน ผู้ที่กินยาสเตียรอยด์หรือยาชุด ผู้ที่ดื่มเหล้าเป็นประจำ เป็นต้น ต้องระวังอย่าให้มีบาดแผล หากเกิดบาดแผล

" แม้จะเป็นแผลเล็กๆ ก็จะต้องดูแลรักษาแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ และใส่ยาฆ่าเชื้อ หลีกเลี่ยงให้แผลโดนน้ำหรือดิน เพื่อไม่ให้แผลติดเชื้อลุกลามเป็นโรคเนื้อเน่า"

ระวังอย่าให้มีสิ่งสกปรกเข้าไปในบาดแผล โดยเฉพาะบาดแผลที่เกิดจากวัสดุที่สกปรก เช่น ตะปู หนาม ไม้ที่อยู่ในน้ำ ทิ่มแทง ควรไปพบแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน ถ้าปวดบริเวณแผล บวม แดงมากขึ้น หรือมีไข้ร่วมด้วย อาจเกิดการติดเชื้อได้ ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย ซึ่งโรคนี้มียารักษาให้หายได้

ส่วนกรณีที่ จังหวัดน่าน ทางสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ที่ 1 จ.เชียงใหม่ ลงไปสอบสวนโรคดูแล้ว ว่าเหตุใดที่ จ.น่าน จึงเกิดป่วยด้วยโรคนี้ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อทางบาดแผลขึ้นมาหลายราย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ