ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณี รมช.คลัง มีแนวคิดลดภาษีสรรพสามิตยาเส้นตามข้อเรียกร้องเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ ว่า คนไทยที่สูบบุหรี่ยาเส้นมีถึงเกือบ 5 ล้านคน มาตรการภาษีเป็นการป้องกันและทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลง รัฐบาลต้องรู้ว่า ทุกวันนี้ มีคนไทยมากกว่า 1 ล้านคนที่ป่วยจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ แม้ยังมีชีวิตอยู่ แต่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อรักษาโรค การเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยเฉพาะ รพ.รัฐ เพราะคนสูบบุหรี่ส่วนใหญ่เป็นคนจน ซึ่งรัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง และกระทรวงสาธารณสุขต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลจากโรคที่เกิดจากบุหรี่แต่ละปีเป็นมูลค่ามหาศาล สูงกว่ารายได้จากภาษีที่รัฐจัดเก็บได้
ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่า การจัดการปัญหาเรื่องยาสูบมี 2 ด้าน ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเลือกด้านไหน ระหว่างรัฐบาลอยากปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยสนับสนุนให้คนสูบบุหรี่น้อยลง ลดคนที่จะป่วยจากโรคที่เกิดจากสูบหรี่ ลดค่าใช้จ่ายงบประมาณการรักษาพยาบาล ลดความแออัดของระบบบริการ นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่รัฐบาลต้องอุดหนุนทั้งผู้ป่วยบัตรทอง และสวัสดิการข้าราชการแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศด้วย หรือรัฐบาลจะเอาใจพ่อค้าคนกลางที่มักจะอ้างชาวไร่ยาสูบบังหน้า โดยลดภาษี ชะลอการขึ้นภาษี โดยไม่สนใจสุขภาพของประชาชน ซึ่งหากเลือกอย่างหลัง แล้วคนไทยจะสูบบุหรี่ลดลงได้อย่างไร คนเจ็บป่วยจะน้อยลงได้อย่างไร
“รมช.คลัง รับปากช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ โดยยอมลดภาษีทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้ประกาศขึ้นไปแล้ว ถือเป็นการเดินถอยหลัง ขัดต่อพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้อนุสัญญาควบคุมยาสูบด้วย หากจะแก้ปัญหาชาวไร่ยาสูบเดือดร้อนจากการที่คนสูบบุหรี่ลดลงจากการขึ้นภาษี สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ ช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบปลูกพืชทดแทน หรือทำอาชีพอื่น ไม่ใช่กลับไปลดภาษีหรือชะลอการขึ้นภาษียาสูบ ตามคำเรียกร้องของบริษัทบุหรี่” ศ.นพ.ประกิต กล่าว