เมื่อวันที่ (26 ส.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เป็นสมาชิกในกลุ่มข่าวสาธารณะของ จ.นครสวรรค์ ต่างกำลังให้ความสนใจกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “บุรุษชุดดำดูแลงานศพ” นำคลิปภาพเหตุการณ์ จำนวน 3 คลิป มาโพสต์ พร้อมกับระบุข้อความว่า “เมื่อเวลาบ่าย 2 ของวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ขับรถผ่านใต้สะพานเดชาแล้วเห็นตำรวจยืนทะเลาะกับผู้หญิงคนนึง ทำท่าจะล็อกกุญแจมือ ใครรู้บ้างครับว่าเหตุอะไร”
โดยจากการตรวจสอบภายในคลิปทั้ง 3 คลิป จะเห็นหญิงสาวรายหนึ่งกำลังมีปากเสียงและโต้เถียงอย่างดุเดือดกับตำรวจจราจรอยู่บริเวณริมถนนใต้สะพานเดชาติวงศ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ แล้วจากนั้น ก็มีหญิงสาวคนที่ปรากฏอยู่ในคลิป เข้ามาโพสต์ตอบเรื่องราวดังกล่าวว่าเป็นเหตุการณ์ของตนเอง
ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อสอบถามไปยังหญิงสาวต้นเรื่อง ทราบชื่อคือ น.ส.วีรญา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ทำงานเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในเขต อ.เมืองนครสวรรค์ ระบุว่า สิ่งที่โพสต์เล่าเรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กในกลุ่มข่าวสาธารณะ จ.นครสวรรค์ เป็นความจริงทั้งหมด
น.ส.วีรญา เล่าต่อไปว่า ในช่วงที่ขับขี่ไล่ตามกัน โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณสี่แยกไปจนถึงใต้สะพานเดชาติวงศ์ ตนจึงได้จอดรถรถรอริมทางเพื่อจะพูดคุยอธิบายให้เข้าใจอีกรอบ แต่ปรากฏว่า ตำรวจนายนั้น ซึ่งขี่รถบิ๊กไบค์ตามมา ได้พุ่งมาชนกลางรถตนอย่างจังจนรถตนล้มคว่ำทับร่าง หนำซ้ำ ยังเร่งเครื่องใช้ล้อหน้ารถเกยรถขึ้นมาเหยียบทับซ้ำด้วย และเมื่อตนลุกขึ้นออกมาจากรถได้ ก็กลับถูกตำรวจนายนี้บีบคอบีบหน้า และพยายามจะตบตนอีก ทั้งที่ตนก็พยายามจะอธิบายว่าเจตนาไม่ได้หลบหนี เพียงแค่จะไปกดเงินกลับมาจ่ายค่าปรับให้ ซึ่งขณะนั้น ก็มีชาวบ้านรายหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์ เข้ามาช่วย พร้อมกับถ่ายคลิปเอาไว้ก่อนจะมีการนำไปโพสต์บนเฟซบุ๊กในกลุ่มข่าวสาธารณะดังกล่าว
เวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังตำรวจจราจรคู่กรณี ทราบชื่อ คือ ร.ต.อ.ชาญศึก โฆษิตอนันต์ ตำแหน่งรอง สารวัตรตำรวจจราจร สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับการชี้แจงว่า วันนั้น ขณะที่กำลังปฏิบัติงานอำนวยการจราจรบริเวณสี่แยกเดชาติวงศ์ ก็พบเห็นหญิงสาวคู่กรณีขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ มาจอดรถติดสัญญาณไฟ ในสภาพไม่สวมหมวกกันน๊อก จึงได้เรียกตรวจก่อนจะทำการจับปรับในข้อหาไม่สวมหมวกกันน๊อคและไม่พกพาใบขับขี่ ซึ่งตนปฏิบัติงานด้านจราจรมานานหลายปี ตนจะไม่อนุญาตให้คนที่ขับขี่รถแล้วไม่พกใบขับขี่กลับไปขับขี่รถบนท้องถนนต่ออย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น ก็จะถูกข้อครหาว่าละเว้นขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ ตนจึงตัดสินใจจะขอยึดรถไว้
ทั้งนี้ยืนยันเลยว่า หลังจากที่เกิดการชนกันแล้ว ตนพยายามยกมือกันตัวเองตลอด เพราะน้องผู้หญิงพยายามผลักผมและต่อว่าด่าทอผมตลอดเวลา ผมจึงต้องยกมือป้องกันตัวเอง ไม่ใช่เป็นการไปทำร้ายแต่อย่างใด