ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา (Cyril Ramaphosa) ของแอฟริกาใต้ ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ ประณามเหตุจลาจลและเหตุโจมตีชาวต่างชาติระลอกล่าสุดในจังหวัดกัวเต็ง (Gauteng) พร้อมระบุว่า ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ สำหรับการทำลายบ้านเรือนและธุรกิจของชาวต่างชาติ จากอคติความเกลียดกลัวต่างชาติ (xenophobia) หรือจากการไม่ยอมรับความคิดเห็น ที่แตกต่างออกไป
นับจนถึงตอนนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นแล้ว อย่างน้อย 10 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติที่ถูกสังหารรวมอยู่ด้วย 2 คน ขณะที่ตำรวจแอฟริกาใต้เปิดเผยว่า สถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายขึ้นแล้ว และมีผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงถูกจับกุมตัวกว่า 420 คน
ก่อนหน้านี้รัฐบาลแอฟริกาใต้ได้ให้คำมั่นว่า จะเร่งดำเนินการจัดการกับความไม่เป็นธรรมที่เป็นสาเหตุให้เกิดความเกลียดกลัวต่างชาติในประเทศให้ได้โดยเร็ว ท่ามกลางความโกรธแค้นจากนานาประเทศต่อเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว ที่บดบังการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ในวาระการประชุมประเด็นแอฟริกา ซึ่งกำลังจัดขึ้นที่กรุงเคป ทาวน์ด้วย
สำหรับเหตุการณ์ความไม่สงบพุ่งเป้าโจมตีชาวต่างชาติเริ่มต้นขึ้นในกรุงพริทอเรีย เมื่อ 8 วันก่อน จากการที่กลุ่มผู้ประท้วงก่อเหตุปล้นสะดมภ์ ทำลายร้านค้า จุดไฟเผารถยนต์และพุ่งเป้าทำร้ายชาวต่างชาติ ก่อนที่เหตุจลาจลจะลุกลามต่อไปยังเมืองใกล้เคียง อย่าง “โจฮันเนสเบิร์ก” ในจังหวัดกัวเต็ง ซึ่งมีประชากรผู้อพยพอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
“ทรัมป์” ยอมประณามกลุ่มชาตินิยมผิวขาวที่ก่อเหตุรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ทางการแอฟริกาใต้มีคำได้สั่งปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูจา และในเมืองลากอสของไนจีเรีย เป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย หลังนักการทูตถูกข่มขู่ทำร้าย และผู้ประท้วงชาวไนจีเรียบางส่วนที่ไม่พอใจ เปิดฉากโจมตีธุรกิจของชาวแอฟริกาใต้ในหลายเมืองทั่วประเทศ เพื่อตอบโต้แก้แค้นเหตุจลาจลต่อต้านชาวต่างชาติในแอฟริกาใต้ นอกจากนี้นักร้องชื่อดังหลายรายออกมาประกาศจุดยืนคว่ำบาตรแอฟริกาใต้เช่นกัน