วันนี้ 13 ก.ย. 2562 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เผยสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.อุบลราชธานี ว่า ตอนนี้ปริมาณน้ำที่มีอยู่เดิมยังระบายไม่หมด จากการสำรวจความเสียหายพบว่าฝั่ง อ.เมืองได้รับผลกระทบมาก
ล่าสุดได้สั่งให้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่ อ.พิบูลมังสาหารและโขงเจียม ประมาณ 60 เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ก็พยายามจะเอาให้อยู่ แต่ต้องยอมรับว่ามวลน้ำมีมาก ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่น้ำท่ามีมากและไหลลงสู่ที่ต่ำ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบ
แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ประชาชนเองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเมื่อบอกให้ย้ายหรืออพยพก็ยอมออกจากพื้นที่ซึ่งการสูญเสียส่วนหนึ่งก็เกิดขณะช่วงอพยพที่โดนน้ำพัดพาและเรือล่มบ้าง โดยหลังจากนี้จะดูแลเยียวยา รวมถึงซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับประชาชน[
ขณะที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 13 อุบลราชธานี ก็ได้มีการสนับสนุนเรือยนต์กู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ให้กับสำนักปศุสัตว์ จำนวน 1 ลำ เพื่อเคลื่อนย้ายสุนัขจากชุมชนท่ากกเสียว ชุมชนบุ่งกาแซว มาที่วัดสุปัฏนารามวรวิหาร
กรมชลฯ เผยฝนตกเมื่อคืนทำน้ำที่อุบลฯเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ด้านดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่า ตามที่มีฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและพื้นที่ใกล้เคียง ในช่วงเวลา 01.00 ถึง 04.00 น. ที่ผ่านนั้นส่งผลให้ระดับน้ำที่สถานีตรวจวัด บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตย เพิ่มสูงขึ้นอีกเล็กน้อย
ซึ่งเมื่อเวลา 06.00 น. อยู่ที่ระดับ 10.96 เมตร หรือสูงจากระดับตลิ่ง 3.97 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี M.7 อยู่ที่ 5,250 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้เดิมก่อนหน้านี้เพียงเล็กน้อย และคาดว่าระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดที่ระดับ 11 เมตร สูงกว่าตลิ่งประมาณ 4 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่านที่ 5,300 ลบ.ม. /วินาที ในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้(14 ก.ย. 62)
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เตรียมรับมือสำหรับการเตรียมพร้อมเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วขึ้น โดยได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำแล้ว ทั้งหมด 120 เครื่อง แยกเป็นที่ อ.พิบูลมังสาหาร 60 เครื่อง และที่อ.โขงเจียม 60 เครื่อง
ผู้ว่าฯอุบล เรียกประชุมและแถลงสถานการณ์น้ำกลางดึก
ส่วนเมื่อคืนที่ผ่านมา นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เรียกหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาประชุมประเมินสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กลางดึก หลังมีกระแสข่าวว่ายังมีมวลน้ำก้อนใหญ่จากทางเหนือแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีที่จะไหลมาสมทบและท่วมพื้นที่เขตจ.อุบลราชธานีมากขึ้น
จากนั้นได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่าจังหวัดอุบลราชธานี เริ่มมีฝนตกลงมาตั้งแต่ต้นเดือนส.ค. และรับน้ำจากพายุโพดุลรวมถึงพายคาจิกิต่อเนื่อง ทำให้มีน้ำจากจังหวัดข้างเคียงและภายในจังหวัดสะสมเป็นปริมาณมาก จึงเอ่อล้นท่วมเป็นบริเวณกว้างมาตั้งแต่ปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบัน
ที่ผ่านมาได้รับมืออย่างเต็มที่ แต่ปัญหาคือน้ำจากน้ำมูลและน้ำชีมีปริมาณมาก ในขณะที่น้ำในแม่น้ำโขงที่น้ำมูลจะต้องไหลระบายลงก็สูงจนดันขึ้นมา ไม่สามารถระบายลงได้ทัน จึงเอ่อท่วมที่ปลายทางของน้ำ ซึ่งมีพื้นที่ประสบภัยรวมทั้ง 25 อำเภอ
ส่วนกระแสข่าวที่มีน้ำเอ่อเข้าท่วมโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จนทำให้หลายคนตื่นตระหนกนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากเป็นการเตรียมการบรรจุกระสอบทรายเตรียมไว้เท่านั้น ยังไม่มีน้ำไหลเอ่อมาแต่อย่างใด
หลังจากนี้ทางจังหวัดจะจัดให้มีการแถลงข่าวถึงสถานการณ์ทุก ๆ วัน เพื่อสื่อสารกับประชาชน นับตั้งแต่วันนี้ (13ก.ย.2562) เป็นต้นไป ทั้งนี้ มั่นใจว่า ภายใน 2 สัปดาห์สถานการณ์จะคลี่คลาย และ การเร่งระบายน้ำที่กำลังดำเนินการ จะช่วยให้ประชาชนผู้ประสบภัยกลับสู่บ้านพักอาศัยได้ภายใน 1 เดือน
ชาวบ้านเขื่องใน ลุยน้ำท่วมเก็บภาพบ้าน นำไปเบิกเงินเยียวยารัฐ