เมื่อวันที่ (4 พ.ย.62) การสืบเส้นทางการเงินของนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ แม่มณี ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชนคดีแชร์ลูกโซ่ โดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 93 เรื่องนี้ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) เปิดเผยว่า ดีเอสไอ ไม่ได้รอสำนวนของตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ที่จะทยอยส่งมอบภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน เพียงอย่างเดียว เพราะดีเอสไอก็ดำเนินการเร่งสืบทรัพย์ควบคู่ไปกับการทำงานของตำรวจไปด้วย
โดยดีเอสไอ จะเริ่มดำเนินการเร่งสืบทรัพย์ และตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกโดยประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. และกรมที่ดิน เพื่อตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับทรัพย์สินของ แม่มณี และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับบุคคลอื่น ๆ เพราะการอายัดทรัพย์ต้องดูว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่ และต้องเรียกแม่มณีมาสอบถามเพิ่มเติมเนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายถึง 4,000 คน ซึ่งการตรวจเส้นทางการเงินต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์
อย่างไรก็ตามทาง ดีเอสไอ สามารถทยอยยึดอายัดทรัพย์แม่มณีได้เรื่อย ๆ เพราะมีมาตรการฟอกเงินร่วมด้วย เช่น ที่ดิน 1 แปลง มีการโอน 3 ต่อ ก็ต้องสอบถามผู้ครอบครองทั้ง 3 คน แต่กระบวนการสำคัญคือการสอบปากคำผู้เสียหาย 4 พันรายให้ครบถ้วน และวิเคราะห์สำนวนการสอบปากคำว่าใครเป็นแม่ข่ายใครและใครเป็นลูกข่าย เพราะหลายคนพุ่งเป้าไปที่แม่มณี เพียงอย่างเดียว แต่ทางเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบดูว่าเส้นทางการเงินไปอยู่ปลายทางที่ใดบ้าง ซึ่งทางดีเอสไอจะเรียกประชุมทีมคดีแม่มณีในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ และจะแถลงว่าคดีมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไป