นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ในฐานะผู้ยื่นคำร้อง ให้คณะกรรมการป.ป.ช.ตรวจสอบ การถือครอง ที่ดินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ยืนยันว่าหลักฐานการเอาผิด น.ส.ปารีณาเพียงพอมานานแล้ว เจ้าหน้าที่ควรเร่งเข้าไปดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็น ที่ดินในส่วนของสปก.ที่ต้องเร่งรัดยึดคืนและการดำเนินคดีอาญาในส่วนที่บุกรุกป่าสงวน
ส่วนกรณีที่น.ส.ปารีณา ฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่ ฐานบุกรุกนั้น เชื่อว่าการกระทำดังกล่าว จะยิ่งสร้างปัญหามากขึ้น เมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ จะทำให้น.ส.ปารีณา ทำงานยากขึ้นโดยเฉพาะขั้นตอนการซักค้านต่างๆที่ต้องสู้กับอัยการ จึงฝากสื่อสารเรื่องนี้ถึงน.ส.ปารีณา ด้วยความห่วงใย
ทั้งนี้หากผู้มีอำนาจพยายามจะช่วยเหลือน.ส.ปารีณา ไม่ว่าจะเป็นใคร อาจจะติดร่างแหไปด้วย เพราะจากท่าทีของเจ้าหน้าที่ฝ่ายประจำที่ตอบคำถามสื่อมวลชนเหมือนเกรงกลัวอำนาจบางอย่าง ดังนั้นฝ่ายบริหารจะต้องลงมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าผิดคือผิด ถูกคือถูก
นอกจากนี้ขอเรียกร้องไปยังน.ส.ปารีณาว่า ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย การยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีหลักฐานชัดเจน ดีที่สุดควรเอาเอกสารทั้งหมดของเรื่องนี้ มาชี้แจงต่อสื่อมวลชน มีการยื่น ภบท.5 ไปกี่ครั้ง มีการเสียภบท.11 กี่ครั้ง และครอบครองต่อเนื่องมาจากใครบ้าง เคยอยู่ในนามใครบ้าง และพื้นที่เลขสำรวจ ขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ลงเลขหน้าสำรวจอะไรบ้าง ส.ส.ปารีณา สมควรจะเอาออกมาเปิดเผยให้สื่อมวลชน และนำเอกสารทุกอย่างไปแจ้งต่อกรมป่าไม้ ไปแจ้งต่อสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อให้นำไปสำรวจให้เกิดความถูกต้อง ต้องมีความกล้าหาญ ตรงไหนผิดก็ว่ามาเลย ตรงไหนถูกก็ว่ามา จะขอคืนไก่ เล้าไก่ก็ว่าไป จะดำเนินคดีโดยพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ หรือกระทั่งพ.ร.บ.ป่า ให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง แต่การที่โยนไปมาอย่างที่สื่อเห็น ไม่ตอบกำลังรับโทรศัพท์ บ่ายเบี่ยง เลี่ยงหนี เป็นภาพที่ไม่เหมาะสม
จนท. ตั้งข้อสังเกต “เอ๋ ปารีณา” ขอรังวัดใหม่ หนีอาญาผิดแค่แพ่ง
“วีระ” ยัน “เอ๋ ปารีณา” รุกป่าสงวน หวั่น “ธรรมนัส” ช่วยพ้นอาญา