พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ประธานพิธีในเปิดอาคารที่พัก ผู้โดยสารหลังที่ 2 หรือ เทอร์มินอล 2 ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา พร้อมระบุว่า การพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาฯ ให้เป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 ของประเทศ จะสามารถพัฒนาขีดความสามารถของประเทศไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ปัจจุบันสนามบินอู่ตะเภามีผู้โดยสารใช้บริการสูงถึง 2 ล้านคนต่อปี จนเกิดความแออัด เพราะศักยภาพรองรับได้เพียง 7 แสนคนต่อปีเท่านั้น
โดยอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 1,200 คนต่อชั่วโมง ด้วยพื้นที่ใช้สอย 30,000 ตร.ม. รองรับผู้โดยสารได้ 3-5 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะสามารถให้บริการได้เต็มศักยภาพไปจนปี 2570
สำหรับการพัฒนาในระยะต่อไป หรือ เทอร์มินอล 3 นั้น จะต้องรอให้ได้ผู้ชนะโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ที่ยังคงมีปัญหาฟ้องร้องในชั้นศาลปกครอง เพื่อให้ได้ผู้ชนะประมูลมาดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 ให้แล้วเสร็จในปี 2567 โดยเฟสแรกรองรับได้ 12 ล้านคน
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจภาคตะวันออก ได้ชี้แจงว่า การคัดเลือกผู้ชนะโครงการนั้น ตอนนี้อยู่ยังรอให้ศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่าจะเปิดซองประมูลของกลุ่มธนโฮลดิ้งที่ส่งเอกสารเกินเวลาไป 9 นาที จะสามารถกลับเข้าประมูลต่อได้หรือไม่ คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ คำตัดสินน่าสรุปได้ชัดเจน และจะเซ็นสัญญาให้จบได้ภายใน 1 เดือน
นอกจากนี้ นายคณิศ ยังได้ยืนยันว่า โครงการเมืองการบินจะเสร็จสิ้นในปี 2566 ตามกรอบเป้าหมายอย่างแน่นอน เพราะต้องให้ทันใช้งานพร้อมกับรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่จะมาเชื่อมกันในอนาคต