เจ้าของสถานสงเคราะห์สัตว์ แจง ไม่ได้ขังลูกจ้าง-ทารุณสัตว์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ความคืบหน้ากรณีที่ลูกจ้างชาวไทย ร้องเรียนผ่านโซเชียล ว่าถูกนายจ้างชาวต่างชาติซึ่งเป็นเจ้าของสถานสงเคราะห์สัตว์ดังกล่าวดุด่าข่มเหงจิตใจ ทั้งบังคับให้อยู่ในคอกสุนัขไม่ให้ออกมา ด้านนายจ้างฝรั่ง ได้ชี้แจ้งโต้กลับไม่ใช่เรื่องจริง ส่วนประเด็นที่ถูกร้องเรียนว่ามีการทารุณกรรมและรักษาสัตว์เรื่องนี้ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบ หากพบว่ากระทำผิดจริง จะต้องดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตสถานสงเคราะห์สัตว์และเอาผิดตามกฎหมาย

นายมิเกล ชาวฝรั่งเศส และนางฐัญญานันท์ ชูร์ ภรรยาชาวไทย เจ้าของสถานสงเคราะห์สัตว์ “The Sound Of Animals” พาผู้สื่อข่าวเข้าไปเดินดูสภาพพื้นที่ภายในสถานสงเคราะห์ พร้อมชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ได้กักขังลูกจ้างไว้ในคอกหรือกรงสุนัขตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งภายในสถานสงเคราะห์สัตว์มีการก่อสร้างในลักษณะแยกเป็นโรงเรือนหรือคอกทั้งหมด 15 คอก และบ้านหลังใหญ่ 1 หลังสำหรับดูแลสุนัขกว่า 200 ตัว ก็จะแบ่งให้ลูกจ้างดูแลคอกละ 1 คน แต่ละคอกไม่ได้มีการล็อกกุญแจ มีเพียงกลอนที่ปิดกันสุนัขไม่ให้ออกไปข้างนอกเท่านั้น โดยคนงานก็สามารถเปิดเข้า-ออกได้ตลอด

นางฐัญญานันท์ ระบุว่า ภาพในโซเชียลที่มีคนเข้าไปอยู่ในกรงสุนัขนั้น ชี้แจงว่าเป็นภาพที่ลูกจ้างเข้าไปปูผ้าในกรงให้กับสุนัขซึ่งจะต้องเปลี่ยนผ้าทุกวัน ไม่ได้มีการขังตามที่มีการกล่าวหา กรณีที่เกิดขึ้นทำให้ตนเองและสามีได้รับความเสียหายก็เตรียมหารือทนายความเพื่อแจ้งความกลับหรือฟ้องร้องเอาผิดฐานหมิ่นประมาท นำภาพที่ไม่เป็นความจริงไปโพสต์ในโซเชียล พร้อมอธิบายว่าสถานสงเคราะห์แห่งนี้มีชาวอังกฤษเป็นคนบริจาคเงินซื้อที่ดิน และก่อสร้าง พร้อมทั้งบริจาคเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลสุนัข และค่าจ้างพนักงาน แต่หลังจากเกิดเรื่องก็จะส่งผลกระทบกับการบริจาคช่วยเหลือสุนัขจรจัดที่ดูแลอยู่

ส่วนประเด็นที่ถูกร้องเรียนว่ามีการทารุณกรรมสัตว์นั้น นางฐัญญานันท์ ชี้แจ้งว่า ภาพที่ปรากฏในคลิป ที่สามี ฉีดยาให้กับสุนัขตัวหนึ่ง เป็นสุนัขของเพื่อนที่มีอาการคล้ายพิษสุนัขบ้า จึงขอให้สามีไปช่วยจับแต่สุนัขตัวดังกล่าวแสดงอาการอย่างที่ปรากฎในคลิปจึงได้ฉีดยาเพื่อให้ผ่อนคลายหรือหลับไปเท่านั้น ซึ่งคลิปดังกล่าวตนก็เป็นคนบันทึกไว้เอง หากจงใจฉีดยาให้หมาตายหรือทำร้ายสุนัขจะถ่ายคลิปเพื่ออะไร ก็อยากให้สังคมหรือโซเชียลเห็นใจและเข้าใจด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่าก่อนหน้านี้เคยมีคนร้องเรียนว่าชาวต่างชาติซึ่งเป็นเจ้าของสถานสงเคราะห์สัตว์ดังกล่าว มีพฤติกรรมทารุณกรรมสัตว์ และทำการรักษาสัตว์โดยไม่ใช่ผู้ที่มีวิชาชีพการสัตวแพทย์ ซึ่งมีการเผยแพร่คลิปขณะชาวต่างชาติคนดังกล่าวใช้เข็มฉีดยาสุนัขและทำร้ายสุนัขด้วย ซึ่งกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางปศุสัตว์จังหวัดได้ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บ้านกรวด เพื่อเอาผิดกับชาวต่างชาติคนดังกล่าวฐานกระทำผิด พ.ร.บ.วิชาชีพการสัตวแพทย์ 2545 เรื่องการรักษาพยาบาลสัตว์โดยไม่ใช่ผู้มีวิชาชีพการสัตวแพทย์ และ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของตำรวจ หากพบว่ากระทำผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหา ก็ต้องดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตสถานสงเคราะห์สัตว์ และเอาผิดตามกฎหมาย

นายสัตวแพทย์ ขวัญชัย ชัยปลื้ม อาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัด ระบุว่า มีหลักฐานเอาผิดสถานสงเคราะห์ดังกล่าว หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการทารุณกรรมสัตว์ฉีดยาฆ่าสุนัข 22 ตัว ซึ่งเดิมทีนายมิเกล อ้างว่าตัวเองเป็นหมอรักษาคนที่มีชื่อเสียง แต่เลิกอาชีพและมาช่วยสุนัขที่ประเทศไทย และชอบให้อาหารสุนัข จนมีคนซื้อที่และสร้างสถานที่พักพิงสัตว์ให้ โดยนายมิเกลมีพฤติกรรม ใช้ช่วงที่โรคพิษสุนัขบ้าระบาดเป็นช่องทางในการนำสุนัขมาฉีดยา เพื่อเรี่ยไรเงินผ่านเพจจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบและดำเนินคดี เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพสัตวแพทย์ และพ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ โดยมีหลักฐานในการเอาผิดทั้งหมด

เช่นเดียวกับนายโรเจอร์ โลหะนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ตัวเองเคยลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องนี้ ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 62 ส่วนตัวเห็นว่า ที่ดูแลสัตว์ของนายมิเกล มีมาตรฐาน สะอาดดี มีเพียงตรงจุดที่เป็นบ้านพักอาจดูแออัดเล็กน้อย ซึ่งนายมิเกลบอกว่า เป็นเพียงสถานที่เฝ้าดูอาการก่อนจะส่งไปที่ศูนย์พักพิงสัตว์ อีกทั้งก่อนหน้านี้นายมิเกล ยอมรับกับตัวเองว่า ได้ฉีดยาสุนัขให้ตายหลายตัวด้วยตัวเอง เพราะสุนัขเหล่านั้นไปกัดชาวบ้าน

นายโรเจอร์ ระบุอีกว่าสถานสงเคราะห์สัตว์ แห่งนี้ เคยถูกร้องเรียนโดยชาวเนเธอร์แลนด์เมื่อปี 61 ให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการทำอาชีพช่วยเหลือสัตว์ของนายมิกาเอล จนกระทั่งช่วงเดือนตุลาคมมีการร้องเรียนอีกครั้งเกี่ยวกับคลิปฉีดยาให้สุนัขตาย 22 ตัว แล้วนำไปเรี่ยไรเงินช่วยเหลือสมทบทุน ส่วนประเด็นที่กักขังคนงาน ส่วนตัวไม่ขอยุ่งเพราะไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบ เพราะสมาคมพิทักษ์สัตว์แห่งประเทศไทยจะดูเรื่องสัตว์เป็นหลัก ส่วนประเด็นฉ้อโกงเกี่ยวกับเงินบริจาคเป็นคนละส่วนกัน

Watchdog ถกผู้ค้า “จตุจักร” ปมยึดสุนัข

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ