ปลายของใบมีลักษณะแตกต่างจากส่วนอื่นของใบ สีออกน้ำตาล และเหี่ยว คือลักษณะของอาการปลายใบทุเรียนไหม้ เจ้าของสวนทุเรียนนนท์พิณพา เล่าว่า อาการนี้เกิดขึ้นโดยผลกระทบจากน้ำเค็มที่ซึมลงไปใต้ดินตั้งแต่ปี 2558 ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนมาใช้น้ำประปาทั้งหมด
เมื่อตรวจสอบน้ำในสวนทุเรียนของนางนิภา ซึ่งใช้รดน้ำต้นทุเรียนและพืชอื่นๆในสวน พบว่าน้ำจากบ่อซึ่งเป็นน้ำประปาที่เธอกักเก็บไว้ใช้ มีค่าความเค็มอยู่ที่ 0.32 พีพีที แม้ต้นทุเรียนขนาดใหญ่จะพอรับได้ แต่ระดับความเค็มนี้ อาจทำให้ต้นทุเรียนขนาดเล็ก มีความเสี่ยงที่จะเป็นปลายใบไหม้ได้
ภฤศ พรแสงพิรุณ หัวหน้ากลุ่มอาราขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ยืนยันว่า เบื้องต้นได้ให้ข้อมูลกับเกษตรกรแล้ว ให้กักเก็บน้ำในช่วงที่น้ำแล้ง ซึ่งน้ำประปาที่ได้จะมีค่าความเค็มน้อยกว่า นอกจากนี้ยังได้หารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะพิจารณามาตรการลดหย่อนค่าน้ำประปาเป็นพิเศษ
สำหรับจังหวัดนนทบุรี มีพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 114,399.73 ไร่ และมีสวนทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศษรฐกิจ 2,899 ไร่ ปัญหาน้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร แม้ว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบทั้งหมด แต่สถานการณ์น้ำประปาเค็ม ซึ่งเป็นเพียงแหล่งน้ำหลักที่พอจะใช้ได้ขณะนี้
เริ่มทำให้เกษตรกรกังวลว่าหากภัยแล้งยาวนานไปจนถึงเดือนก.ค.นี้ อาจส่งผลต่อผลผลิตทั้งหมด