สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดลำปางเช้าวันนี้ (13 ม.ค.63) อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 18 องศาเซลเซียส มีหมอกปกคลุมทั้งหมอกจากธรรมชาติและ ควันไฟจากการลักลอบเผาป่า หญ้าแห้ง และกิจกรรมต่างๆในพื้นที่ สามารถที่จะมองเห็นหมอกสีขาวลอยมาปกคลุมพื้นที่ได้อย่างชัดเจน การสัญจรทางถนนค่อนข้างลำบาก เพราะมองเห็นได้แค่ในระยะใกล้ สภาพท้องฟ้าอึมครึม
โดยพบว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ค่ามลพิษทางอากาศสูงมาจาก การลักลอบเผาป่า หญ้าแห้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดลำปาง ติดต่อกันหลายวัน แม้เจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่เข้าไปควบคุมและดับไหม้ป่า แต่ก็พบว่าบางจุดลุกลามเข้าไปในเขตป่าเขาสูงชันไม่สามารถเดินเท้าเข้าไปดับได้ ทำให้คลุมควันไฟได้ปกคลุมในพื้นที่จังหวัดลำปางมาอย่างต่อเนื่อง
ทาง พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง สั่งรวบรวมรายชื่อผู้เก็บหาของป่าไว้ในบัญชีของสถานีตำรวจ ทั้ง 13 อำเภอในจังหวัดลำปาง และประชาสัมพันธ์ไม่ให้มีการบุกรุกแผ้วถาง เผาป่า หากพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายพร้อมที่จะดำเนินการทันที ทั้งนี้ หากใครพบการลักลอบการเผา แจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ สายด่วน 191 ตำรวจภูธรลำปาง
สำหรับค่าฝุ่น PM 2.5 จากการรายงานคุณภาพอากาศสะสม 24 ชั่วโมง ณ เวลา 9.00น. ของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ภาคเหนือ มี 4 จุด ที่ขึ้นสู่โซนแดง กระทบต่อสุขภาพ ในจำนวนนี้เป็นจังหวัดลำปาง 3 จุด ได้แก่ ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ 102 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตำบลพระบาท อำเภอเมือง 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อีกจุดหนึ่งพบที่จังหวัดแพร่ ที่ ตำบลนาจักร อำเภอเมือง 99 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ส่วนจุดที่อยู่ในโซนส้ม เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ มี 6 จุด ได้แก่ ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง 86 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ 63 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และ ตำบลแม่ป่ะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 62 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 59 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 57 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นักวิจัยส่งเสียงถึง ‘บิ๊กตู่’ ชี้ฝุ่น PM 2.5 ยังวิกฤตลุกลามถึงปี 63