วันนี้ 14 ม.ค. 2563 รายการ "เป็นเรื่องเป็นข่าว"ได้ข้อมูลว่าหนูน้อยที่ถูกแม่นำมาทิ้งไว้อายุ 3 ขวบ 3 เดือน พร้อมกับได้พูดคุยกับ นางชญาณ์พิมพ์ ชินปิติวงษ์ หรือ แม่เพ็ญ ประธานมูลนิธิบ้านสุขใจที่ยื่นเรื่องขอรับเด็กไปเลี้ยง
ดู้รายละเอียดที่นี่>>>“แม่เพ็ญ” แจงยื่นอุปการะ “เด็ก 3 ขวบ” ถูกทิ้งตามขั้นตอน ไม่ได้หวังดัง เพราะทำงานด้านนี้กว่า 20 ปีแล้ว
แม่เพ็ญ เปิดใจว่า วันนี้ตั้งได้จะไปรับน้องมาเลี้ยง โดยตั้งใจไปเดินเรื่องที่สภ.เมืองลพบุรีว่าแม่ของเด็กมีคดีความหรือไม่ ถ้าไม่มี แม่เพ็ญจะเดินทางไปยื่นเรื่องที่บ้านพักเด็ก แต่ก็มาเจอกับผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าวของน้อง ก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ซึ่งตอนนี้ แม่เพ็ญยังไม่ได้รับน้องมาเลี้ยง เพียงแต่ไปยื่นเรื่องไว้เท่านั้น
ตอนที่ตัดสินใจจะไปรับเด็กมาเลี้ยงคิดอย่างไร
แม่เพ็ญเลี้ยงเด็กกำพร้ามา 20 ปี มีเด็กทั้งหมด 15 คน ทุกๆ 2 ปี แม่เพ็ญจะรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยง 1 คน ที่ผ่านมาไม่เคยไปยื่นเรื่องขอรับเด็กที่ไหน ปกติจะมีแต่คนนำเด็กมาทิ้งไว้หน้าบ้าน
มีความพร้อมจะรับน้องไปเลี้ยงขนาดไหน
ความพร้อมของคนที่ตั้งมูลนิธิเล็กๆ คือ ความพร้อมด้านจิตใจ และ กำลังใจ เราสามารถนำสิ่งที่เรามีอยู่หล่อเลี้ยงเด็กไปเรื่อยๆ สร้างคนให้เป็นมนุษย์ เริ่มด้วยศีล มูลนิธิของแม่เพ็ญ จะสอนให้คนปฏิบัติตัวให้ดีก่อน
ตอนนี้ได้เจอตัวน้องหรือยัง
แม่เพ็ญไม่ขอเจอตัวน้อง เพราะถ้าเจอตัวน้อง น้องก็จะคิดว่าเขาต้องไปอยู่กับคนๆนี้หรือไม่ แล้วถ้าภายใน 30 วัน ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อนุมัติให้น้องมาอยู่ที่มูลนิธิแม่เพ็ญ น้องก็จะวิตกกังวล และก็เสียใจ ตอนนี้น้องอยู่กับนักจิตวิทยาที่ดีที่สุด และ ไม่ต้องห่วงน้องเลยค่ะ
ต้องรอ 30 วัน ต้องรอกระบวนการตามกฎหมาย ทุกอย่างต้องใช้เวลา เราอาจจะไม่เหมาะสมในกรณีนี้ก็ได้ สุดแท้แต่ว่า ถ้าเรามีบุญร่วมกับเด็กมาตั้งแต่อดีตชาติเราก็จะได้อยู่ร่วมกัน
ที่มูลนิธิเคยรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงเป็นเวลา 20 ปี
ใช่ค่ะ แม่เพ็ญเลี้ยงมา 20 ปีแล้ว เลี้ยงด้วยตัวเองเลย และ เพิ่งสร้างเป็นมูลนิธิได้เพียง 2 ปีเป็นนิติบุคคลที่ต้องพึ่งพาตัวเอง ไม่ได้พึ่งพาหลวงให้สนับสนุนในการเลี้ยงดูเด็ก และ ก็ไม่ได้ออกโมทนาบัตรด้วย
“วันนี้กลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ขนาดนี้ ปกติจะไปยื่นเรื่องเฉยๆ ปกติแล้วหน่วยงานตรงนี้ก็ไม่ค่อยมีใครเข้าออกอยู่แล้ว แต่วันนี้ไปเจอนักข่าว จนกลายเป็นว่าเราสร้างกระแส แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ และก็ไม่รู้สึกโกรธ เพราะมองต่างมุม”