เมื่อวันที่ (28 กุมภาพันธ์ 2563) ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงข่าวรายงานภาวะสังคมไทย ระบุว่า การจ้างงานในไตรมาส 4 ปี 2562 (ต.ค.-ธ.ค) มีผู้มีงานทำ 37.5 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.1 ซึ่งลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน การจ้างงานภาคเกษตรกรรมลดลงร้อยละ 1.6 และการจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลงร้อยละ 0.9 ชั่วโมงการทำงานรวมเท่ากับ 43.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลดลงร้อยละ 2.4 และชั่วโมงการทำงานภาคเอกชนเท่ากับ 46.7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลดลงร้อยละ 1.6 และจำนวนแรงงานภาคเอกชนนอกภาคเกษตรที่ทำงานมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลดลงถึงร้อยละ 14.0 เป็นการลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ทั้งนี้อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ โดยผู้ว่างงานมีจำนวน 3.7 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 1.04 ค่าจ้างแรงงานรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 และค่าจ้างแรงงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 ขณะที่เงินเฟ้อในไตรมาส 4 เท่ากับร้อยละ 0.4 ทำให้ค่าจ้างแรงงานภาคเอกชนเฉลี่ยที่แท้จริงเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 ด้านผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.7 จากการขยายตัวของผลิตภาพแรงงานในภาคบริการและภาคการผลิต
สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ด้านแรงงานปี 2563 มีปัจจัยเสี่ยงที่มีแนวโน้มจะกระทบต่อตลาดแรงงานและการจ้างงาน ได้แก่ 1. ภาวะภัยแล้งในปี 2563 ซึ่งจะส่งผลต่อการจ้างงานในภาคเกษตรและรายได้ของเกษตรกร 2. ผลกระทบจากการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อโควิด-19 (COVID-19) ต่อการจ้างงานในภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ซึ่งจะส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยโดยตรง 3.แนวโน้มการส่งออกและการผันผวนของค่าเงินบาท จากประมาณการของ สศช. การส่งออกในปี 2563 จะขยายตัวได้ร้อยละ 1.4 และค่าเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มผันผวน จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในอุตสาหกรรมส่งออก 4. ความล่าช้าของงบประมาณปี 2563 ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 (ตุลาคม 2562–มกราคม 2563) มีการเบิกจ่ายงบลงทุนคิดเป็นร้อยละ 6.3 จากวงเงินลงทุนทั้งหมด ซึ่งความล่าช้าของการเบิกจ่ายงบประมาณโดยเฉพาะงบลงทุนในโครงการใหม่ จะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2563 ขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ และจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังการจ้างงานโดยเฉพาะในสาขาการก่อสร้าง
“เลเจนด์ สยาม” มูลค่า 4 พันล้าน ปิดตัว-เลิกจ้างพนง. เซ่นพิษ Covid-19