นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2563 อยู่ที่ 49.2 จาก 48.2 ในเดือนพ.ค.63 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ รวมถึงการที่รัฐบาลออกมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 ทั้งมาตรการด้านการเงินและการคลัง เพื่อช่วยเหลือประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการโดยทั่วไป
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 41.4 จาก 40.2 ในเดือน พ.ค. 63 แม้จะสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้าแต่ค่าดัชนีอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 และยังคงอยู่ในช่วงของระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ทำการสำรวจในรอบ 21 ปี 9 เดือน สะท้อนว่า
" ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมน่าจะปรับตัวเข้าสู่ภาวะถดถอยจากวิกฤต โควิด-19 ทั่วโลก อาจส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ธุรกิจโดยทั่วไป และการจ้างงานในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอย่างต่อเนื่อง”
นายธนวรรธน์ ระบุด้วยว่า ปัจจัยบวก ที่ส่งผลต่อค่าดัชนี ได้แก่ รัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 และ 4 รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50%
ส่วนปัจจัยลบ มีทั้ง ความวิตกกังวลการแพร่ระบาดสถานการณ์โควิด-19 กนง.ปรับลดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2563 เป็น -8.1% รัฐบาลขยายเวลาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ราคาพืชผลการเกษตรยังทรงตัวในระดับต่ำ การส่งออกเดือนพฤษภาคม ติดลบ -22.5% ความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และผู้บริโภคกังวลปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว