เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2563 หลังจาก แม่ของเด็กหญิงอายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป. 6 คนหนึ่ง ได้ร้องเรียนมาทางสื่อมวลชน ว่าลูกสาว ถูกครูสอนพละ ข่มขืนภายในโรงเรียนแล้วถูกขู่ฆ่า ทำให้เกิดความหวาดกลัวต้องย้ายบ้านหนีไปอยู่อีกอำเภอ
โดยแม่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ลูกสาวมีอาการผิดปกติ ปวดท้องน้อยไม่กินข้าวไม่พูดกับใคร แม่ก็หายาให้กินระหว่างที่ลูกนอนซมอยู่นั้น ได้มีโอกาสไปดูโทรศัพท์ของลูก ถึงกับตกใจเพราะมีข้อความของครู อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นครูสอนพละและสุขศึกษาที่โรงเรียนแชทคุยกับลูกสาวว่า "อย่าลืมกินยาคุมฉุกเฉินที่ซื้อไปให้ และอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด เพราะครูจะต้องโดนไล่ออก ถ้าไปบอกใครครูจะฆ่าล้างโคตร" นอกจากนี้ยังมีอีกหลายข้อความที่ตนรับไม่ได้ที่ครูจะคุยกับเด็กเพียงแค่ป.6 จึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.นางรอง
จากนั้นพนักงานสอบสวนได้เรียกไปพบทั้งหมด โดยครูยอมรับสารภาพมากราบขอโทษ กระทั่งตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาครู แล้วมีคนมาประกันตัวครูที่ศาลจังหวัดนางรองออกไป จากนั้น มีครูในโรงเรียน 2-3 คน มาพูดคุยที่บ้าน เพื่อขอเจรจา แต่ลักษณะไปในทางข่มขู่ รู้สึกไม่ปลอดภัย เลยให้ลูกสาวลาออกจากโรงเรียน แล้วย้ายครอบครัวมาอยู่กับญาตที่อีกอำเภอหนึ่ง จนกว่าเรื่องทั้งหมดจะคลี่คลาย ทั้งนี้ ไม่ขอให้ข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติม เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย และกลัวลูกจะมีปมด้อย
ล่าสุด นายสุชาครี เศษศิริ อายุ 50 ปี อดีตภารโรงของโรงเรียน ได้ออกมาเปิดเผยว่า ครูบอย หรือครูกิตติภพ การรัมย์ อายุ 33 ปี เคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวแล้ว กับนักเรียนชั้นป.5 ซึ่งมีการแจ้งความกับ สภ.นางรองเช่นเดียวกัน แต่คดีก็จบไป โดยไม่ต้องรับโทษใด ๆ แล้วมาเกิดเหตุขึ้นกับเด็ก ป. 6 อีก ในครั้งนี้ หลังจากตนทราบเรื่อง เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา ตนก็ถูก ผอ.ทำหนังสือเลิกจ้าง โดยอ้างว่า ไม่มีงบประมาณจ้าง แต่เชื่อว่า เหตุที่ตนถูกไล่ออกนั้นเป็นเพราะรู้เรื่องภายในโรงเรียนมากเกินไป
ด้านครูบอย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ “บอย เด็กผู้ชาย ชายอิสระ เสรี” ระบุข้อความว่า “ขอบคุณท่าน ผอ.....มากนะครับที่ช่วยเหลือผมมาโดยตลอด และก็ขอบคุณคณะครูบางส่วนที่แนะนำช่วยเหลือหลาย ๆ เรื่อง ผมจะไม่ลืมพระคุณนี้เลย ผมจะจดจำคำว่า เรารัก...(ชื่อโรงเรียน)..... ตลอดไป”