นักฟิสิกส์ ยัน ความเร็วรถ “บอส อยู่วิทยา” อยู่ที่ 177 กม./ชม.


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กรณีสำนวนคดี ‘บอส วรยุทธ อยู่วิทยา’ ขับรถชน ‘ดาบตำรวจวิเชียร’ ตำรวจสน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3ก.ย.2555 สรุปว่า ‘ดาบตำรวจวิเชียร’ ตกเป็นผู้ต้องหาประมาทร่วม เพราะขับรถตัดหน้ารถยนต์ โดย ‘บอส อยู่วิทยา’ ไม่ได้ใช้ความเร็วเกิน80กม./ชม. และทางครอบครัวของก็ชดใช้ค่าเสียหายตามสมควร เป็นที่มาให้อัยการกลับคำสั่งไม่ฟ้องในทุกข้อกล่าวหา

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับอดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐานในคดีนี้ ยืนยันว่า ประเด็นเหล่านี้เคยมีการสรุปผลตรวจสอบไปแล้วว่า ลักษณะการชนรถมอเตอร์ไซค์ของดาบวิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวสน.ทองหล่อ เป็นการชนตรงไม่ใช่ชนเฉียงในลักษณะตัดหน้า รวมถึงความเร็วก็คำนวณได้มากกว่า 170 กม./ชม. จึงรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใด สำนวนคดีจึงสรุปเช่นนี้ โดยให้น้ำหนักปากคำประจักษ์พยาน 2 คน ที่สอดแทรกเข้ามาในสำรวจคดีเมื่อเดือนธันวาคมเมื่อปี 2562 จากการวิ่งเต้นยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมของฝ่าย บอส วรยุทธ

รพ.รามาฯ พบ"โคเคน"ในร่างกาย"บอส อยู่วิทยา"แต่ไม่มีในสำนวน

อัยการสูงสุด ตั้งคณะทำงานตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องคดี "บอส อยู่วิทยา"

โดยทีมข่าวPPTV ตรวจสอบข้อมูลในสำนวนคดีที่อัยการพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอสในทุกข้อกล่าวหา พบว่า มีประจักษ์พยาน 2 คนถูกเพิ่มเข้ามาในสำนวนคดีจากการสอบปากคำเมื่อเดือนธันวาคมปี 2562 หรือ หลังเกิดเหตุกว่า 7ปี ซึ่งเป็นผลมาจากนายวรยุทธ และทีมกฎหมายส่งหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด และ คณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติในปี 2557 จนอัยการสูงสุดมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมอีกหลายครั้ง

เนื้อสำคัญในสำนวนคดี คือ มีประจักษ์พยาน 2 คน ที่ตำรวจสอบปากคำเพิ่มเข้ามา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 โดยพยาน 2 คนนี้อ้างว่า เขาขับรถกระบะแล่นตามดาบวิเชียร ซึ่งเวลานั้น ดาบวิเชียรวิ่งอยู่ในเลน1 ด้านซ้ายจากริมฟุตบาท และรถกระบะของเขาวิ่งมาในเลนที่ 2 คือ เลนกลาง โดย มี บอส วรยุทธ ขับเฟอร์รารี่ สีบรอนซ์เทา วิ่งมาในเลน 3 ติดเกาะกลางถนนด้วยความเร็วประมาณ 60-80กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นดาบวิเชียรขี่จักรยานยนต์ตราโล่ ไทเกอร์ ของตัวเอง เปลี่ยนจากเลน 1 มาเลน 2 ทำให้พยานรายนี้ ชะลอความเร็วและหักพวงมาลัยหลบเข้าทางซ้ายมือ เพื่อไม่ให้ชนรถมอเตอร์ไซค์ของดาบวิเชียร

หลังจากนั้นดาบตำรวจวิเชียรก็เปลี่ยนเลนเข้าไปในเลนที่ 3 ทำให้รถยนต์ของบอส วรยุทธ ที่ขับตามมา ชนรถมอเตอร์ไซค์ของดาบวิเชียร เพราะเป็นการเบี่ยงเลนในระยะกระชั้นชิด เป็นเหตุให้ดาบวิเชียรเสียชีวิต ในสำนวนคดีจึงสรุปว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ เป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่มาจากความประมาทของบอส วรุยทธ คดีนี้ จึงไม่มีความผิด ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแต่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 เนื่องจากพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง บอส วรยุทธ และเป็นกรณีกลับความเห็นและคำสั่งเดิมของระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดที่เคยมีความเห็นให้ส่งฟ้องในฐานความผิดนี้

นอกจากนี้ในสำนวนคดียังระบุว่า ฝ่ายผู้เสียชีวิตได้รับเงินชดเชยจากบอส วรยุทธ จนเป็นที่พอใจและไม่ประสงค์จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาแล้ว จึงเป็นเหตุให้อัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง บอส วรยุทธ

เมื่อข้อเท็จจริงตามเอกสารเป็นเช่นนี้ แต่เหตุใดตำรวจและอัยการให้น้ำหนักกับปากคำพยาน 2 คน ที่เพิ่มเติมเข้ามาในสำนวนคดี เมื่อปลายปี 2562 นี้เอง ทั้งมีข้อเท็จจริงไม่สอดคล้องกับผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมทำคดีนี้ในช่วงแรก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเร็ว และ ลักษณะการชน โดยการพิสจน์ความเร็วรถของ บอส วรยุทธ มีกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณหน้าอู่รถเบ็นซ์ ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จับภาพในช่วงก่อนเกิดเหตุไว้ได้

โฆษก สตม.เชื่อ"บอส อยู่วิทยา"ไม่กลับไทยช่วงนี้-ถอนหมายทุกด่านแล้ว

ด้านนายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งทีมพิสูจน์หลักฐานที่เคยลงพื้นที่ตรวจสอบความเร็วรถของนายวรยุทธ หลังเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะนั้นตนเป็นที่ปรึกษาในการตรวจสอบความเร็วรถให้กำกับทีมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาวิธีตรวจสอบความเร็วรถจากหลักฐานชิ้นเดียวที่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดชิ้นนี้ ซึ่งวิธีที่เจ้าหน้าที่ใช้ขณะนั้น คือ การลงพื้นที่วัดระยะทางจริง ตามภาพที่ปรากฏในกล้อง โดยกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด โดยจุดเริ่มต้นอยู่อยู่ตรงต้นไม้ขวามือของกล้อง และจุดสิ้นสุด อยู่ทางด้านซ้ายสุดของกล้อง ก่อนที่รถจะออกจากกล้องไป ทั้ง 2 จุดนี้ วัดระยะทางได้ 31 เมตร และจากภาพในกล้องวงจรปิดจะเห็นว่ารถยนต์ของนายวรยุทธ ใช้เวลาวิ่งผ่านมุมกล้องไม่ถึง 1 วินาที เมื่อใช้เทคนิคทำภาพเคลื่อนไหวเป็นภาพนิ่งโดยนับเฟรม เพื่อให้ได้เวลามาคำนวนความเร็ว พบว่ารถของนายวรยุทธ ใช้เวลาผ่านหน้ากล้องประมาณ 0.63 วินาที ก่อนนำมาเข้าสูตรคำนวนหาค่าความเร็วเฉลี่ยปรากฏว่า ความเร็วรถที่นายวรยุทธ ที่ขับขณะนั้น อยู่ที่ประมาณ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งข้อมูลนี้ได้สรุปลงในสำนวนของคดีนี้ด้วย

ส่วนความเร็วรถที่มีประจักษ์พยานใหม่ 2 ปากอ้างว่า นายวรยุทธ ขับรถด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง าจารย์ มองว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะการที่รถวิ่งผ่านระยะทาง 31 เมตร โดยใช้เวลาไม่ถึง 1 วินาที ต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป

นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องร่องรอยการชน ที่มีลักษณะบ่งชี้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากการปาดหน้าของคู่กรณี ประเด็นนี้ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐานที่เคยทำคดีนี้ ปัจจุบันเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า เคยมีการตรวจสอบลักษณะการชน โดยนำเอารถมอเตอร์ไซค์ของดาบวิเชียร และรถยนต์ของนายวรยุทธ มาเปรียบกัน พบว่า ร่องรอยการบุบท้ายรถจักรยานยนต์ของ ด.ต.วิเชียร และ บริเวณหน้ารถยนต์ของนายวรยุทธ มีลักษณะชนในแนวตรง ไม่มีร่องรอยบริเวณด้านข้างที่เกิดจากการแฉลบ หรือ เฉี่ยวชนจากด้านข้าง และอีกจุดที่บอกว่าเป็นการชนท้ายอย่างแรง คือ โช้ครถจักรยานยนต์ล้อหลังที่โน้มเอียงไปทางด้านหน้า ตามทิศทางแรงกระแทกที่มาจากด้านหลัง

พ.ต.ต.ชวลิต กล่าวต่อว่า การชนในลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นการปาดหน้ากะทันหัน เพราะลักษณะการชนตรง ๆ สะท้อนว่ารถจักรยานยนต์ของ ด.ต.วิเชียร ขี่เปลี่ยนเลนจนสามารถตั้งลำรถให้ตรงได้แล้ว อีกทั้งหากรถของนายวรยุทธ ขับรถมาด้วยความเร็วตามกฎหมายกำหนดเชื่อว่าจะความเสียหายที่เกิดขึ้น จะไม่รุนแรงแบบนี้

นอกจากนี้ พ.ต.ต.ชวลิต ยังระบุว่า ตำรวจและอัยการควรรีบออกมาชี้แจงความเคลือบแคลงใจต่างๆ ที่สังคมกำลังตั้งคำถาม

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ประเด็นร้อน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ