เป็นความเห็นของ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย ตั้งข้อสังเกตว่า ทนายความของ นายวรยุทธ คือนายสมัคร เชาวภานันท์ ที่ขณะนั้นเป็นสมาชิกวุฒิสภา และเคยเป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ที่มี พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร่วมเป็นที่ปรึกษาด้วย
และต่อมาหลังรัฐประหารปีพ.ศ.2557 พล.ร.อ.ศิษฐวัชรก็มาเป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ในยุค สนช. นายสมัครซึ่งเป็นทนายความในคดีนี้ก็มายื่น “ขอความเป็นธรรม” ให้กับนาย วรยุทธในปีพ.ศ.2559 และให้พยาน 2 ปาก เข้าให้ข้อมูลจนนำไปสู่การพลิกคดี จึงตั้งข้อสงสัยว่า ตระกูล วงษ์สุวรรณ เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือคดีนี้หรือไม่
นายรังสิมันต์ระบุอีกว่า จะขอบันทึกการประชุมของ กมธ.ยุค สนช. ว่ามีการพูดคุยกันอย่างไรบ้าง และจะรู้ว่ามีความพยายามช่วยเหลือจาก คนในคณะกรรมาธิการหรือไม่
นายรังสิมันต์ ระบุอีกว่า ประเด็นนี้ประชาชนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการรับรู้ข่าวนี้ มาจากสื่อต่างประเทศ อัยการและตำรวจ ไม่มีความจริงใจ ที่จะชี้แจงต่อประชาชนว่ายกฟ้องนายวรยุทธ ถือว่าไม่มีความจริงใจ และการประชุมครั้งหน้าจะเรียก นายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความของนาย วรยุทธ, รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักวิชาการผู้คำนวณข้อมูลความเร็วของรถยนต์, พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้พิสูจน์หลักฐานในคดี (ปัจจุบันเป็น ส.ส. พรรคก้าวไกล), นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ผู้สั่งไม่ฟ้องคดี และ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและกิจการตำรวจในยุค สนช. มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ
“ประวิตร” ลั่น “ตระกูลผมไม่รู้จักตระกูลเขา” หลังน้องชายถูกพาดพิงช่วย “บอส อยู่วิทยา”
“อนันต์ชัย” ยอมรับคดี “บอส อยู่วิทยา” หมดทางสู้ต่อ