หุ้นไทย 3 ก.ย. 2563 ปิดการซื้อขายภาคบ่าย ดัชนี 1,311.95 จุด ลดลง -3.93 จุด (-0.30%) มูลค่า 50,337.18 ล้านบาท
10 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าซื้อ-ขายโดดเด่นที่สุดช่วงบ่ายที่ผ่านมา
หุ้นไทย 3 ก.ย. 2563 ปิดการซื้อขายภาคเช้า ดัชนี 1,316.61 จุด เพิ่มขึ้น +0.73 จุด (+0.06%) มูลค่า 27,516.42ล้านบาท
10 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าซื้อ-ขายโดดเด่นที่สุดช่วงเช้าที่ผ่านมา
1. AOT ซื้อขาย 1,771.23 ล้านบาท ราคาหุ้น +1.00 บาท (+1.75%)
2. STGT ซื้อขาย 1,674.00 ล้านบาท ราคาหุ้น +5.50 บาท (+8.21%)
3. MINT ซื้อขาย 1,262.05 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.50 บาท (+2.22%)
4. BAM ซื้อขาย 1,247.82 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.10 บาท (+0.45%)
5. CPALL ซื้อขาย 1,108.33 ล้านบาท ราคาหุ้น -0.25 บาท (-0.39%)
6. NER ซื้อขาย 701.37 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.10 บาท (+2.87%)
7. PTT ซื้อขาย 664.92 ล้านบาท ราคาหุ้น -0.50 บาท (-1.37%)
8. SCC ซื้อขาย 565.17 ล้านบาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
9. KBANK ซื้อขาย 549.96 ล้านบาท ราคาหุ้น -0.75 บาท (-0.90%)
10. ICHI ซื้อขาย 511.48 ล้านบาท ราคาหุ้น +0.90 บาท (+8.91%)
หุ้นไทย 3 ก.ย. 2563 เปิดการซื้อขายภาคเช้า ดัชนี 1,320.29 จุด เพิ่มขึ้น +4.41 จุด (+0.34%) มูลค่า 1,825.82 ล้านบาท ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังเป็นปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตา
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะรีบาวด์ขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง จาก Sentiment หุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวขึ้นไป จากความเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตออกมาแข็งแกร่งต่อเนื่อง และยังมีความคืบหน้าด้านวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ด้วย ส่วนในประเทศวานนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) จะแจกเงิน 3,000 บาท เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ
ราคาทองวันนี้ – 3 ก.ย. 63 ปรับราคาครั้งที่ 5 บวก 50 บาท
อย่างไรก็ดี ตลาดฯคงจะไปได้ไม่ไกล เนื่องจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติยังมีอย่างต่อเนื่อง จากความไม่แน่นอนการเมืองในประเทศ และตลาดหุ้นไทยก็จะปิดทำการ 4 วันติดต่อกันด้วย ก็ทำให้เมื่อราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปก็อาจเผชิญแรงขายทำกำไรออกมาได้
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยทางแถบเอเชียเหนือจะบวกได้ดี ทั้งนี้ วันนี้ให้ติดตามตัวเลข PMI ภาคบริการของทั่วโลกที่จะทยอยออกมา และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ รวมถึงเงินเฟ้อของไทย พร้อมให้แนวรับ 1,300 จุด ส่วนแนวต้าน 1,325-1,330 จุด
สถานการณ์ต่างประเทศ
ผลกระทบการเมือง-เอกชน หลัง “ปรีดี ดาวฉาย” ทิ้ง รมว.คลัง
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 450 จุดเมื่อคืนนี้ (2 ก.ย.) ทำสถิติทะยานขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค.ปีนี้ ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq เดินหน้าทำนิวไฮ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นที่ปลอดภัยและสามารถต้านทานวัฎจักรทางเศรษฐกิจได้ดี (defensive stocks) เช่นหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคและกลุ่มสาธารณูปโภค ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงได้รับแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความหวังที่ว่าบริษัทเทคโนโลยีจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการที่ประชาชนต้องพึ่งพาระบบออนไลน์ในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,100.50 จุด เพิ่มขึ้น 454.84 จุด หรือ +1.59% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,580.84 จุด เพิ่มขึ้น 54.19 จุด หรือ +1.54% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 12,056.44 จุด เพิ่มขึ้น 116.77 จุด หรือ +0.98%
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 3% เมื่อคืนนี้ (2 ก.ย.) หลังมีรายงานว่าการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกเริ่มฟื้นตัวจากผลกระทบของพายุเฮอร์ริเคนลอรา โดยข้อมูลดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลงติดต่อกันหลายสัปดาห์
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 1.25 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดที่ 41.51 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.15 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 44.43 ดอลลาร์/บาร์เรล
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 ก.ย.) โดยดอลลาร์แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตสหรัฐ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.53% แตะที่ระดับ 92.8489 เมื่อคืนนี้
ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.29 เยน จากระดับ 105.96 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9127 ฟรังก์ จากระดับ 0.9094 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.3069 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3074 ดอลลาร์แคนาดา