6 พรรคฝ่ายค้าน นำโดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนยื่น ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 4 ฉบับ ให้กับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุเข้าวาระ
สาระสำคัญของร่าง ฉบับแรก เป็นการให้ยกเลิกการเลือกตั้งบัตรใบเดียว มาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และให้กลับไปใช้ระบบการเลือกตั้ง “เขตเดียว เบอร์เดียว” ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ใช้บัตร 2 ใบ เลือกคน เลือกพรรค และให้ยกเลิกการเสนอบัญชีนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อ นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.ตามเดิม สภาผู้แทนราษฎรเป็นคนเลือกนายกฯ
ฉบับที่ 2 เป็นการยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในมาตรา 270 และ 271 ที่ให้อำนาจติดตามและพิจารณากฎหมายเร่งด่วน ที่เกี่ยวกับการปฏิรูป ฉบับที่ 3 ยกเลิกมาตรา 272 ที่ให้อำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และแก้ไขมาตรา 159 เปิดทางให้เสนอชื่อบุคคลที่เป็น “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” เป็น นายกรัฐมนตรีได้ และฉบับสุดท้ายคือ การยกเลิกมาตรา 279 ที่เป็นการรับรองประกาศ คำสั่ง ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งหมด
ญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทั้ง 4 ฉบับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะสามารถบรรจุเข้าวาระการประชุมได้ทันสมัยประชุมนี้ ส่วนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในประเด็น ส.ว. ของพรรคก้าวไกล ที่มี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลถอนชื่อออกไปก่อนหน้านี้ นายชวน ระบุว่า ตรวจสอบแล้วรายชื่อไม่ครบ ถือว่าญัตติไม่สมบูรณ์ ก่อนยิ้มตอบนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่า ให้ยื่นร่างเข้ามาใหม่
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายชวน ได้ชี้แจงกระแสข่าวเป็นหนึ่งในผู้บริหารพรรคที่ไปกดดัน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 16 คน ถอนชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว. ว่าไม่เกี่ยวข้อง และเมื่อถามย้ำว่า ยืนยันหรือไม่ว่าผู้บริหารพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกดดันให้ ส.ส. ถอนชื่อออกจากญัตติ นายชวน ตอบเพียงสั้นๆ ว่าเรื่องนี้ต้องไปถามหัวหน้าพรรค
ส่วนนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็น 1 ในผู้ที่ลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าทำด้วยความสมัครใจ และเป็นเอกสิทธิ ส.ส. ไม่เกี่ยวมติพรรค เพราะถือว่าเป็นความรับผิดชอบต่ออุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ และคำประกาศของหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ที่ได้ปราศรัยหาเสียง และถือเป็นการทำตามความฝันที่มีมาตั้งแต่เป็นผู้นำนักศึกษา และแม้ญัตตินี้จะมีผู้ถอนชื่อ จนไม่สมบูรณ์และต้องตกไป แต่ก็ภาคภูมิใจที่ได้แสดงจุดยืนทางการเมืองต่อสังคม
ขณะที่ นายสุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็น 1 ใน ส.ส. ที่ถอนชื่อ ยืนยัน ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคกดดันให้ถอนชื่อ และสาเหตุที่ลงชื่อไปก่อนหน้านี้ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นร่างของรัฐบาล เพราะมี ส.ส. ของพรรคนำมาให้ลงชื่อ
สำหรับการอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ส.ส. ส่วนใหญ่อภิปรายเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะระบบเลือกตั้ง ในขณะที่ ส.ส.พรรคพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าการมี ส.ส.ร. จะต้องเปิดกว้างให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทุกมาตรา และเชื่อว่าจะไม่กระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองและรูปแบบของรัฐ
ด้านวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่านค้านทราบว่าต้องการให้มีการตั้ง ส.ส.ร. แก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 4 เดือน ขณะที่ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน หรือ 8 เดือน โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจต้องใช้เวลาสักระยะ เพราะทั้งสองร่างนี้ อาจเข้าสู่ขั้นตอนการทำประชามติ ที่จะต้องรอกฏหมายการทำประชามติเข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งคาดว่าหลังเปิดประชุมสภาครั้งต่อไป ก็จะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ควบคู่กันไป
นายวิษณุระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะดำเนินการพิจารณาแล้วเสร็จก่อน และทิ้งช่วงเอาไว้ เพื่อรอร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ซึ่งส่วนตัวไม่ทราบว่าการพิจารณาเรื่องนี้จะช้าหรือเร็ว แต่คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณา 1-2 เดือน ก่อนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้ต่อไป ระหว่างนี้ต้องมีการเว้นระยะเวลาช่วงหนึ่ง จากนั้น จึงนำร่างรัฐธรรมนูญมาทำประชามติต่อไป ซึ่งตามกฏหมายระบุไว้ว่า เมื่อจะต้องมีการทำประชามติ จะต้องอยู่ในช่วงเวลา 90-120 วัน