วันนี้ ( 14 กรกฎาคม 58 )นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เปิดเผย ถึงกรณีการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศว่า ขั้นตอนทั้งหมดมีหลักการที่ถูกต้องบนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนและความเป็นจริง โดยต้องจัดการกับการหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งมีมาตั้งแต่อดีต
นายปณิธานเผยว่า ส่วนตัวมองว่า คนไทยมีความเห็นตรงกันที่อยากให้มีการจัดการเรื่องนี้ โดยการส่งกลับคืนประเทศต้นทาง ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากนอกประเทศ ซึ่งไม่ไว้วางใจกัน อย่างไรก็ตามต้องระมัดระวัง เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องในเรื่องศาสนาแน่นอน
ทั้งนี้ ประเทศไทย เป็นทางผ่านของอีกหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาของการค้ามนุษย์และสินค้าหนีภาษี ดังนั้น จึงต้องมีแนวการป้องกันโดยต้องพูดคุยและบริหารจัดการชายแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเตรียมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน
ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงอังการา ประเทศตุรกี ได้ออกประกาศผ่านทาง Facebook ของสถานเอกอัครราชทูตฯ แนะนำให้คนไทยที่อาศัย ไปท่องเที่ยว หรือประกอบภารกิจใด ๆ ที่ตุรกี ให้เพิ่มความระมัดระวังตนอง ซึ่งขณะนี้กระแสความไม่พอใจที่ไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีนยังคงมีอยู่ โดยยังคงขอให้คนไทยยังคงระดับการระแวดระวังต่าง ๆ ต่อไป และขอให้หลีกเลี่ยงการตอบคำถามว่ามาจากประเทศใดในช่วงนี้ แต่ทั้งนี้สามารถดำเนินชีวิตเป็นปกติต่อไป และไม่ควรตื่นตระหนกใด ๆ
ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังระบุว่า ในอีกด้านหนึ่งมีชาวตุรกีจำนวนมาก ที่ติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อแสดงความเห็นใจและเสียใจต่อกรณีที่เพื่อร่วมชาติบางกลุ่มได้บุกรุกเข้าไปยังสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ในนครอิสตันบูล เมื่อ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา
สำหรับชาวไทยที่จะขอรับบริการด้านการกงสุล สามารถติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ในเวลาราชการและขอความร่วมมือให้ประชาชนติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ล่วงหน้าเพื่อแจ้งช่วงเวลาที่สะดวกเข้าไปรับบริการ