สมาคมนักข่าวเรียกร้องสื่อคำนึงถึงสิทธิเด็กถูกพ่อทำร้าย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ฝ่ายสิทธิเสรีภาพ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เรียกร้องทุกฝ่ายคำนึงถึงสิทธิเด็กที่ถูกทำร้าย ด้วยการยุติการเผยแพร่หรือส่งต่อภาพการทำร้ายเด็ก ส่วนตำรวจจังหวัดสงขลา ตั้ง 3 ข้อหา กับพ่อของเด็ก และพบว่า เสพสารเสพติดด้วย พร้อมเตรียมช่วยเหลือเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กทันที


วันนี้ ( 26 ก.ค. 58 )ตำรวจนำตัวพ่อที่อยู่ในคลิปวิดีโอทำร้ายลูกชายระหว่างสอนการบ้านอย่างรุนแรงมาสอบถามข้อเท็จจริงต่อหน้าสื่อมวลชน ที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยทราบว่าเป็นชายวัย 30 ปี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆของเด็กชายวัย 5 ปีที่ถูกทำร้าย


พลตำรวจตรีอำพล บัวรับพร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิป เกิดขึ้นเมื่อเวลา20.30 น.วันที่23 กรกฎาคมที่ผ่านมา และการนำตัวชายผู้นี้ มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเพื่อต้องการให้เป็นอุทาหรณ์ของครอบครัวอื่นๆ ที่อาจใช้วิธีการสอนลูกด้วยความรุนแรเช่นเดียวกัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากความเครียดเนื่องจากตกงานและอยู่ในความมึนเมา


ชายคนนี้ เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจ เหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะความเครียดที่ตกงานและอยู่ในอาการมึนเมา อยากจะขอโทษ อยากกอด อยากพบหน้าลูกชายและสงสารลูกมาก


ชายคนนี้ จะถูกดำเนินคดี 3 ข้อหาด้วย คือ เสพยาเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ และกระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็กและกระทำรุนแรงในครอบครัว


ด้านนงสาวชมฤดี นาทะศิริ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จะตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวเพิ่มเติม และดูแลช่วยเหลือเยียวยาสภาพร่างกายและจิตใจของเด็กโดยแพทย์และนักจิตวิทยา เพราะเด็กยังมีอาการหวาดกลัว ส่วนสภาพร่างกาย ไม่ได้รับผลกระทบหรือบาดเจ็บใดๆ


ด้านนายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและปฏิรูปสื่อ และโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เรียกร้องต่อสื่อมวลชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่เผยแพร่หรือส่งต่อคลิปเหตุการณ์นี้ ว่าควรคำนึงมิให้ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็ก และต้องคำนึงว่าจะเป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมนี้ จึงขอเรียกร้องให้ยุติการเผยแพร่หรือส่งต่อ ทั้งภาพเคลื่อนไหว และภาพนิ่ง ที่ก่อให้เกิดความโศกเศร้าสะเทือนใจต่อสังคมโดยรวม และอาจนำไปสู่การสร้างความคุ้นชินต่อพฤติกรรมความรุนแรงในสังคม


นายมานพ ย้ำว่าข้อเรียกร้องนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและเยาวชน ปี 2546 มาตรา 27 ระบุว่า ห้ามมิให้โฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศเกี่ยวกับตัวเด็ก โดยเจตนาที่จะทําให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สําหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบและ มาตรา 50 ห้ามเปิดชื่อตัว ชื่อสกุล ภาพหรือข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับตัวเด็กในลักษณะที่น่าจะเกิดความ เสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์ของเด็กหรือผู้ปกครอง ผู้ละเมิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


นอกจากนี้ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและพิธีสารเลือกรับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ ที่ไทยได้ลงนามไว้เมื่อปี 2532 เพื่อการคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้พ้นจากความโหดร้ายทารุณและการถูกข่มเหงรังแกทุกชนิด เด็กจะต้องไม่กลายเป็นสินค้าไม่ว่าในรูปแบบใดๆ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ