วันนี้ (27 ก.ค. 58 ) กลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา กว่า 50 คน พยายามเรียกร้องขอเข้าไปร่วมรับฟังความคิดเห็น ในเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อทบทวนร่างรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพครั้งสุดท้าย หรือ อีเอชไอเอ
ท่ามกลางการวางกำลังรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่กว่า 1,600 นาย โดยพวกเขาเห็นว่า พวกเขามีสิทธิที่จะเข้าร่วมเวทีในฐานะผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง แต่กลับถูกมองเป็นผู้ก่อความวุ่นวาย
ขณะที่เวทีรับฟังความเห็น เริ่มขึ้นโดยมี นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน เจ้าหน้าที่ได้แจกบัตรคิวให้ผู้ที่ลงทะเบียนไว้ 60 คน อนุญาตให้พูดได้คนละ 5 นาที ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ชื่นชมและเห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 2,200 เมกกะวัตต์ ในพื้นที่ตำบลปากบางอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา
ชาวบ้านกลุ่มที่คัดค้านเห็นว่า การจัดเวทีดังกล่าว ขัดต่อกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร, สิทธิในการใช้ประโยชน์คุ้มครองรักษาทรัพยากรและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นของตัวเอง ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 4 โดยเฉพาะการออกคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่ห้ามชุมนุมการกั้นรั้วลวดหนามไม่ให้กลุ่มผู้คัดค้านเข้า และการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยมากเกินจำเป็น
โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จะ มีขนาด 2,200 เมกะวัตต์ ใหญ่กว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ กว่า 3 เท่า ที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือกฟผ. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อทบทวนร่าง อีเอชไอเอ มาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งทั้งหมดใช้เวลาเพียงแค่ 8 เดือนเท่านั้น และหากการรับฟังความเห็นครั้งนี้ ผ่านการพิจารณา เรื่องจะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ตามขั้นตอน ก่อนจะมีการอนุมัติก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้นในพื้นที่