วันที่ 12 ต.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล รักษาการอธิการบดี ม.อัสสัมชัญ หรือ เอแบค ได้นำเอกสารสิทธิ์ที่ดินและสัญญาการกู้ยืมเงินในกรณีการกู้ยืมเงินและซื้อขายที่ดินของมหาวิทยาลัยมาแถลงต่อสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 39 ซึ่งขณะนั้นมีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมาทำสัญญาขอกู้ยืมเงินของทางมหาวิทยาลัย เป็นจำนวนเงิน 250 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 14 ต่อปี ซึ่งผู้ยืมได้ตกลงชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยภายใน 2 ปี โดยจะจ่ายเป็นเช็ค จำนวน 2 ฉบับ ฉบับละ 50 ล้านบาท ลงวันที่ 7 ต.ค. 41 ไว้ให้ผู้ให้กู้ยืมล่วงหน้า รวมถึงตกลงจะยกกรรมสิทธ์ที่ดินไว้ให้ 2 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 70 ไร่ โดยจะโอนให้ 2 ปีนับตั้งแต่ทำสัญญา
รักษาการอธิการบดี ม.อัสสัมชัญ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นเมื่อครบกำหนด ผู้ให้กู้ยืมไม่สามารถนำเช็คไปขึ้นเงินได้ จึงมีการว่าจ้างทนายและบังคับให้ผู้ยืมคืนเงินทั้งหมด รวมถึงโอนที่ดินให้ตามข้อตกลง และได้มีการอายัดที่ดินของผู้กู้เป็นมูลค่าประมาณ 651 ล้านบาท แต่เมื่อ นายบัญชา แสงหิรัญ เข้ามารับตำแหน่งอธิการบดีแทน ได้มีการเปลี่ยนตัวทนาย และมีการเจรจากับผู้กู้ใหม่และได้มีการประนีประนอมรวมถึงทำเรื่องถอนอายัดที่ดิน และต้องเสียค่าถอนอายัดอีกเป็นเงินกว่า 17 ล้านบาท เมื่อปี 53
ทั้งนี้นายสุทธิพรตั้งข้อสังเกตว่ามหาวิทยาลัยปล่อยเงินกู้ได้อย่างไร อีกทั้งยังเป็นการปล่อยกู้โดยที่ไม่มีเอกสารหลักฐานกับทางสภามหาวิทยาลัย และล่าสุดที่ดินดังกล่าวได้ถูกขายทอดตลาดไปแล้วเมื่อปี 56 แต่ที่ดินที่เอแบคได้คืนมาตอนนี้เป็นที่ดินคนละผืนกับที่ตกลงไว้ตอนแรก ที่ดินผืนแรกมูลค่า 651 ล้านบาท แต่ผืนที่ได้มามีมูลค่า 30 ล้านบาท ซึ่งนายสุทธิพรจะทำการตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป รวมถึงจะมีการหารือกับ พล.อ.ดาวพงศ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถึงกรณีปัญหาต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยภายในสิ้นเดือน ต.ค. 58