วันนี้ (3 มี.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวยอมรับว่า หนักใจ ในการพิจารณาปรับแก้ไขเรื่องระบบเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว. เพราะมีความคิดเห็นที่แตกต่างเข้ามาจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณา ส่วนเรื่องที่มานายกฯ ไม่กังวลมากนัก และยืนยันจะยึดในหลักการเดิม คือต้องการให้ประชาชนรับรู้ รับทราบก่อน ว่าแต่ละพรรคจะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี หากเป็นผู้ชนะ ส่วนคุณสมบัติก็อาจจะมีการเพิ่มเติมบ้าง เพราะประชาชนเสนอแนะให้เพิ่มข้อห้ามสำหรับบุคคลที่มีคดีทุจริตในทุกระดับ
ทั้งนี้นายปกรณ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่เรียกร้องให้มี ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมดในช่วงเปลี่ยนผ่านว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอแนะ และไม่ได้จะเขียนในมาตราหลักของรัฐธรรมนูญ และเรื่องที่มา ส.ว. ยังไม่มีการพิจารณา พร้อมยืนยัน กรธ.ทุกคน ไม่หนักใจ หรือหวั่นไหวต่อกระแสต่อต้าน หรือการรณรงค์เชิญชวนให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่าการประชุมวันนี้ จะบรรจุระเบียบวาระการประชุมได้ในสัปดาห์หน้า และจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน โดยวันสุดท้ายคือ วันที่ 14 มี.ค. 59 สำหรับข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เสนอให้มี ส.ว.สรรหา ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี นั้น เป็นเพียงข้อเสนอไปยัง กรธ. แต่ที่ประชุม สนช. มีมติชัดเจนแล้วว่าไม่เห็นด้วยกับวิธีการสรรหา ส.ว.จาก 20 กลุ่มอาชีพแบบไขว้ของ กรธ. เพราะจะมีปัญหาการบล็อกโหวต พร้อมยืนยัน ส.ว.สรรหาปกติ เป็นระบบที่มีจุดอ่อนน้อยที่สุด