นางปรางค์ทิพย์ เล่าให้ฟังว่า ICIJ เป็นองค์กรข่าวที่ไม่มุ่งหวังการทำกำไร มีสมาชิกกว่า 200 คน กระจายอยู่ในประเทศต่างๆ การทำงานของสมาชิกจะมีลักษณะเชื่อมต่อกัน โดยไม่สนใจเรื่องพรมแดนประเทศ และมี ICIJ สำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน
กรณีรายงาน ปานามา เปเปอร์ส เธอระบุว่าได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ ICIJ สำนักงานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน เมื่อ 7 เดือนที่ผ่านมา เพื่อสอบถามว่าสนใจเข้าร่วมการตรวจสอบข้อมูล การถือครองบริษัทนอกอาณาเขตอยู่ในฐานข้อมูล ของสำนักกฎหมายชื่อ “มอสแซค ฟอนเซกา” (Mossack Fonceka) ซึ่งมีสาขาอยู่ใน 42 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย
การสืบหาข้อมูลจะมีทั้งการสืบค้นข้อมูลเป็นตัวหนังสือ และตัวเลขคล้ายกับการต่อจิ๊กซอว์จนกว่าจะได้รายชื่อบุคคล ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเรื่องการถือครองบริษัทนอกอาณาเขต ทำให้การนำเสนอข่าว ปานามา เปเปอร์ส มีลักษณะค่อยๆ เปิดที่ละเรื่อง ไม่ใช่การนำเสนอรายละเอียดทั้งหมดในครั้งเดียว เนื่องจากต้องใช้เวลาในการแกะรอยข้อมูล
จุดประสงค์สำคัญของ ICIJ คือ การนำเสนอข้อมูลการถือครองบริษัทนอกอาณาเขต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองและเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นจุดที่ทำให้เกิดการรั่วไหลของภาษีของรัฐทางหนึ่ง
การเปิดเผยข้อมูล ปานามา เปเปอร์ส ของ ICIJ ครั้งนี้ ในมุมมองของทีมข่าว ICIJ มองว่าเป็นการบรรลุเจตนารมณ์แล้ว เพราะจุดประสงค์หลักคือต้องการจุดประกายสังคม ให้ตั้งคำถามเรื่องการตั้งบริษัทนอกอาณาเขต แม้ว่าบางประเทศการตั้งบริษัทอยู่นอกอาณาเขต จะไม่ถือเป็นความผิดตามกฏหมาย และนโยบายของ ICIJ มุ่งหวังแค่เพียงเปิดข้อมูลต่อสาธารณชนเท่านั้น แต่ไม่มีนโยบายส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานรัฐ เนื่องจากจุดยืนของ ICIJ คือองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไร