เจ้าหน้าที่ระดับสูงและสมาชิกรัฐสภาสหรัฐ เปิดเผยว่ากฎหมายฉุกเฉินทางเศรษฐกิจนานาชาติ ซึ่งเป็นมาตรการคว่ำบาตภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาบลทหารเมียนมา ที่มีกำหมดอายุในวันที่20 พ.ค นี้ จะมีการขยายเวลาบังคับใช้ต่อไป ยกเว้นบางข้อบังคับ และจะมีการปรับแก้กฎเกณฑ์บางส่วน รวมถึงเพิ่มข้อยกเว้นเพื่อช่วยส่งเสริมการลงทุนในเมียนมาและไม่ให้เศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงปฏิรูปได้รับผลกระทบมากจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมา โดยเฉพาะกรณีที่พรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของ นางอองซาน ซูจี ซึ่งครองเสียงข้างมากในรัฐสภาพยายามผลักดันางกฎหมายฉบับใหม่ที่เพิ่มอำนาจให้แก่หน่วยงานรัฐในการ "ควบคุม" การชุมนุมทางการเมืองในสถานที่สาธารณะและลงโทษผู้ชุมนุมที่นำเสนอข่าวสารอันเป็นเท็จและไม่ส่งผลดีต่อภาครัฐ รวมทั้งการ "บุคคลที่ไม่ใช่พลเมือง" มีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางการเมือง
ขณะที่ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงเนปิดอว์อย่างเป็นทางการด้วย