วันนี้ (20 มิ.ย. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรยากาศโค้งสุดท้ายก่อนการลงประชามติในอังกฤษเริ่มคึกคักอีกครั้ง เมื่อฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านสหภาพยุโรป (อียู) เริ่มกลับมารณรงค์หาเสียงประชามติอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ ระงับไป เพื่อไว้อาลัยให้กับนาง โจ ค็อกซ์ ส.ส. หญิงชาวอังกฤษ ที่ถูกลอบสังหารระหว่างการหาเสียงประชามติ
โดยนายเดวิด แคเมอรอน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ แกนนำของฝ่ายที่ต้องการให้ประชาชนเลือกอยู่ในอียูต่อไป ขึ้นเวทีถาม-ตอบกับผู้ชม ในรายการ "Question Time" ซึ่งออกอากาศสดทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี ยืนยันว่าหากประชาชนตัดสินใจถอนตัวออกจากอียู จะกระทบกับเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร เนื่องจากจะสูญเสียเอกสิทธิ์ในการเข้าถึง Single Market ของอียู ซึ่งจะทำให้รัฐบาลต้องขึ้นภาษีและปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เช่น งบที่เกี่ยวกับสวัสดิการสังคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบประกันสุขภาพและบำนาญ
นอกจากนี้นายแคเมอรอนยังปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายต่อต้านอียูที่ระบุว่ารัฐบาลต้องแบกรับภาระจ่ายเงินค่าบำรุงให้แก่อียู ซึ่งสูงถึงสัปดาห์ละ 350 ล้านปอนด์ หรือเกือบ 18,000 ล้านบาท และยืนยันว่าอียูยังไม่มีแนวคิดจะก่อตั้งกองทัพยุโรป ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจมีการดึงตุรกีเข้ามาร่วมด้วย
ขณะที่กรุงโรม ของอิตาลี ประชาชนจำนวนมากมายืนจูบต่อกันเปนห่วงโซ่มนุษย์บริเวณหน้าโคลอสเซียม ซึ่งพวกเขาระบุว่าเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกันกับอียู และเชิญชวนให้ชาวอังกฤษเลือกอยู่ในอียูต่อไป