การลงคะแนนเสียงประชามติเพื่อตัดสินว่าสหราชอาณาจักรจะยังเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรือไม่นี้ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (หรือ 13.00 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย)
ทั้งนี้ มีชาวสหราชอาณาจักรกว่า 46 ล้านคน ที่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการทำประชามติครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร
โดยในช่วงที่ผ่านมา บุคคลสำคัญไม่ว่าจะเป็น นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายเจเรมี่ คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน และนางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ ต่างก็ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนกันแล้วเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับบัตรลงคะแนนเสียงประชามติ จะมีคำถามว่า “"สหราชอาณาจักรควรอยู่ในอียูต่อ หรือออกจากอียู?" และมีช่องให้กากบาทว่า “อยู่ต่อ” และ “ออก”
การลงคะแนนเสียงจะดำเนินไปจนถึงเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (04.00 น.เวลาประเทศไทย) โดยหลังจากปิดคูหา หีบลงคะแนนทั้งหมดจะถูกส่งไปยังจุดนับคะแนนของท้องถิ่นต่างๆ 382 จุดด้วยกัน ซึ่งระหว่างนี้ แต่ละเขตจะทยอยประกาศผลออกมา โดยคาดว่าผลอย่างประเทศทางการจะถูกประกาศในช่วงเช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ที่ศาลาว่าการเมืองแมนเชสเตอร์
ทั้งนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร คณะผู้บริหารระดับสูงของอียู ก็จะมีการประชุมฉุกเฉินร่วมกันในวันพรุ่งนี้
ส่วนบรรยากาศการซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ FTSE ในกรุงลอนดอน ในช่วงเช้าก่อนเปิดคูหา ปรับตัวขึ้น 1.4% กลับมาทะลุ 6,300 จุด เป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ขณะที่ค่าเงินปอนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เองก็แข็งค่าขึ้นโดยอยู่ที่ 1 ปอนด์ ต่อ 1.4773 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 1.1313 ดอลลาร์สหรัฐ เช่นกัน ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นว่า ชาวอังกฤษส่วนใหญ่จะเลือกอยู่กับอียูต่อไป