ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ (13 ก.ค.) จนถึงเมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เกิดฝนตกกว่า 60 เปอร์เซ็น ในหลายพื้นที่ ซึ่งทำให้การจรจรในช่วงเย็นรถติดหนักทั้งถนนรามคำแหง มุ่งหน้า แยกลำสาลี ถนนลาดพร้าว ขาออก โชคชัย 4 มุ่งหน้า แยกมหาดไทย ถนนพหลโยธิน ถนนดินแดง มุ่งหน้า อุโมงค์ดินแดง ถนนอโศกดินแดง มุ่งหน้า แยกพระราม 9 ถนนพัฒนาการ แยกคลองตัน มุ่งหน้า แยกพัฒนาการ ถนนศรีนครินทร์ แยกพัฒนาการ มุ่งหน้า แยกศรีนครินทร์ ถนนวิภาวดีรังสิต สะพานข้ามแยกสุทธิสาร มุ่งหน้า แยกลาดพร้าว ถนนพระรามที่ 1 แยกราชประสงค์ มุ่งหน้า แยกเฉลิมเผ่า และถนนสาทรใต้ แยกวิทยุ มุ่งหน้า แยกสวนพลู เป็นต้น และคาดว่าในเช้าวันนี้ (14 ก.ค.) การจรจรจรก็จะติดขัดเนื่องจากฝนที่ตกมาตลอดทั้งคืน อย่างไรก็ตามคุณผู้ชมควรเผื่อเวลาในการเดินทาง
ส่วนที่จังหวัดเพชรบุรี ฝนตกที่หนักและลมกระโชกแรง อย่างต่อเนื่อง ในเขตตัวเมืองเพชรบุรี ทำให้มีต้นไม้หักลงมาขวางถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลัก เช่นเดียวกับถนนเพชรเกษม ทั้งฝั่งขาเข้า กรุงเทพมหานคร และขาล่องใต้ ถนนสายหลักในการสัญจรลงสู่ภาคใต้ มีต้นไม้ใหญ่ล้มขวางถนน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายต้นไม้ เพื่อเปิดการจราจร
ส่วนที่จังหวัดปราจีนบุรี เกิดฝนตกหนักหลายชั่วโมง ทำให้ถนนสาย 304 ช่วงอำเภอกบินทร์บุรี - นครราชสีมา โดยเฉพาะทางคู่ขนาน ตั้งแต่ทางเข้าศูนย์อุตสาหกรรมยูด้า และหมู่บ้านเอกระวี ถูกน้ำท่วม บางจุดน้ำลึกเกินครึ่งเมตร ขณะที่บางจุด ยังมีต้นไม้หักโค่นขวางถนนด้วย
ไปที่ภาคเหนือ ชาวนาหมู่ที่ 6 ตำบลท่าตะโก อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ เร่งสูบน้ำออกจากนาข้าวเป็นวันที่ 2 หลังน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเข้าท่วม ชาวบ้านบอกว่า แม้ส่วนท้องถิ่นจะเร่งระบายน้ำจากทุ่งนา แต่น้ำก็ยังไม่ลด จึงเกรงว่าข้าวจะเสียหายทั้งหมด และทำให้ขาดทุน
ขณะที่ที่จังหวัดพิจิตร น้ำฝนที่ตกสะสม ไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตร หลายร้อยไร่ ในหมู่ที่ 5 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมืองพิจิตร ชาวบ้านต้องเร่งสูบน้ำออกจากนาข้าว แต่ก็พบว่ายังมีน้ำไหลมาสมทบอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ที่จังหวัดพังงา ยังพบเรือนำเที่ยวบริเวณท่าเทียบเรือสุระกุล อำเภอตะกั่วทุ่ง ฝ่าฝืนคำเตือนห้ามนำนักท่องเที่ยวลงเรือในช่วงคลื่นลมแรง ทำให้เจ้าหน้าที่เจ้าท่าภูมิภาคจังหวัดพังงา ย้ำเตือนผู้ประกอบการ นายท้าย และผู้ควบคุมเรือ หากเกิดอุบัติเหตุ จะต้องรับผิดชอบและถูกเอาผิดขั้นรุนแรง รวมถึงยึดใบอนุญาตด้วย
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม ในอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มคลี่คลาย เหลือเพียงตำบลสินปุน ที่ยังมีน้ำท่วมถนน 1 สาย ระดับน้ำสูง 30 เซนติเมตร และที่ตำบลอิปัน บ้านบางหยด น้ำท่วมถนนประมาณ 60 เซนติเมตร และบ้านเรือนในที่ลุ่ม ประมาณ 1 เมตร คาดว่าในวันนี้น้ำจะลดลง เหลือเพียงที่ลุ่มการเกษตรเท่านั้น
ส่วนที่จังหวัดชุมพรฝนตกหนักใน อำเภอพะโต๊ะ น้ำป่าไหลหลากเอ่อคลองทับขอน ท่วมบ้านเรือนราษฎรกว่า 1 เมตร ทำให้รั้วบ้านพังลงมาเป็นทางยาวกว่า 50 เมตร คอสะพานทรุด และถนนในหมู่บ้านขาด 8 สาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เร่งเข้าสำรวจความเสียหายเพื่ให้การช่วยเหลือต่อไป ขณะที่ชาวบ้านหอบทรัพย์สินขึ้นที่สูงแล้ว
ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตก ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนหนักบางแห่งในบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนตกและมีฝนตกหนักบางแห่งในระหว่างบ่ายถึงค่ำ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลางโดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และในช่วงนี้ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม ไทยมียังคงมีฝนร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักในภาคตะวันออกและภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย