เสาไม้สักถูกตีตราด้วยเครื่องหมายกากบาทสีแดง ที่กลุ่มนักอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ จังหวัดเพชรบุรี ร้องเรียนกรมศิลปากรให้ตรวจสอบผู้รับเหมาก่อสร้างและช่างฝีมือ หลังพบปัญหาหลายจุด ในการซ่อมแซมศาลาการเปรียญ วัดใหญ่สุวรรณาราม โดยเฉพาะเสาไม้สัก 3 ต้นที่ไม่ตรงตามสัญญา
ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เสาไม้สักเนื้ออ่อน กระพี้ และตาไม้ที่เยอะเกินไป แต่เมื่อนักอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ พาทีมข่าวสำรวจการซ่อมแซมศาลาการเปรียญ พบข้อผิดพลาดจากผู้รับเหมารายเก่าด้วย เช่นจุดนี้การสลัก-เข้าไม้แบบดั้งเดิมผิดวิธีการตั้งคำถามถึงกรมศิลปากร เรื่องการประกวดราคาจัดซื้อ-จัดจ้างของบริษัทรับเหมาจึงเกิดขึ้น ว่ากระบวนการคัดเลือกเหมาะสมและโปร่งใสหรือไม่ โดยหยิบยกการซ่อมแซมผิดซ้ำๆขึ้นมาท้วงติง
การประกวดราคามีข้อจำกัด เพราะต้องเลือกผู้รับเหมาที่เสนอราคาต่ำสุด อาจเป็นเหตุให้การซ่อมแซมไม่ตรงตามสัญญา แม้จะระบุมาตรฐานของวัสดุชัดเจน แต่บางชิ้นในสัญญาก็ไม่ระบุว่าต้องให้กรมศิลปากรตรวจสอบ
ศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานกับกรมศิลปากรมานานกว่า 20 ปีแล้ว ถูกบูรณะซ่อมแซมมาแล้วหลายครั้ง การตรวจสอบของทีมข่าวพีพีทีวีพบว่า ที่ผ่านมาทางวัดจะดำเนินการซ่อมแซม โดยช่างท้องถิ่นและเงินของวัดเอง ซึ่งไม่เคยเกิดปัญหาร้องเรียน
แต่หลังจากขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และให้ผู้รับเหมาเข้ามาดูแล กลับพบข้อร้องเรียนเกี่ยวการซ่อมแซมผิดแบบบ่อยครั้ง ซึ่งรองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ทุกครั้งที่ทำการบูรณะซ่อมแซม ช่างควบคุมงานจากกรมศิลปากร ไม่ได้อยู่ควบคุมตลอดเวลา เพราะมีข้อจำกัดเรื่องบุคลากร
วโรดม ศรีสัตยานุสรณ์ ถ่ายภาพ
ณิชาภัทร อินทรกล่อม รายงาน